‘กรมเจรจาฯ’ ลงพื้นที่เมืองเลย สำรวจศักยภาพสินค้ากาแฟและไม้ประดับ พร้อมพาบุกตลาดโลกด้วย FTA

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday February 17, 2022 13:32 —กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดเลย สำรวจศักยภาพกลุ่มแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านแก่งไฮ ต.หนองบัว อ.ภูเรือ พร้อมจัดสัมมนาชี้ช่องโอกาสขยายส่งออกกาแฟไทย หนุนใช้ประโยชน์ FTA เจาะตลาดต่างประเทศ แนะพัฒนาคุณภาพสินค้า สร้างจุดแข็งจากอัตลักษณ์ ชี้! จะช่วยเพิ่มมูลค่าและยกระดับสินค้า สร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรไทย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 ? 12 กุมภาพันธ์ 2565 ได้ลงพื้นที่พบปะกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้าเกษตรจังหวัดเลย เพื่อหารือเรื่องโอกาสและช่องทางการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสินค้าเกษตรของไทย โดยกลุ่มแรก เป็นกลุ่มแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านแก่งไฮ ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ ปลูกต้นคริสต์มาส ไม้ใบ ไม้มงคล ไม้ฟอกอากาศ ไม้จิ๋ว ส่งขายทั่วประเทศ ซึ่งจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้กลุ่มต้องปรับตัวเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์และเฟซบุ๊ก ประสบความสำเร็จด้วยดี อย่างไรก็ดี เนื่องจากผู้บริโภคไม้ดอกไม้ประดับมักจะให้ความนิยมพันธุ์ใหม่ ๆ ไม้ดอกที่มีสีสันที่โดดเด่นสวยงาม หลากหลาย ไม้ใบที่ทรงสวย ลำต้นที่แข็งแรง และต้านทานโรคได้ดี เป็นต้น เกษตรกรจึงเห็นความสำคัญและต้องการได้รับการสนับสนุนด้านการวิจัยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อการขยายพันธุ์ต้นกล้าที่ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีหน่วยงานที่เชี่ยวชาญด้านการวิจัยเข้าไปให้คำแนะนำแล้ว

นอกจากนี้ แม้ในปัจจุบัน เกษตรกรจะเน้นขายในประเทศ แต่ก็มีความสนใจที่จะขยายกำลังการผลิตเพื่อส่งออก ซึ่งจะสามารถใช้ประโยชน์จาก FTA ได้ เพราะ 17 ประเทศที่ไทยมี FTA ด้วย ได้ยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรกับไม้ดอกไม้ประดับส่งออกจากไทยแล้ว ยังเหลืออินเดียที่ยังคงเก็บภาษีศุลกากรกับไม้ดอกที่ร้อยละ 60 และไม้ประดับที่ร้อยละ 30 โดยปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกไม้ดอกไม้ประดับ อันดับที่ 1 ในอาเซียน และอันดับที่ 16 ของโลก มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 124.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสหรัฐอเมริกา อาเซียน (ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สปป.ลาว) ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และจีน เป็นตลาดส่งออกหลัก

นางอรมน เพิ่มเติมว่า กรมฯ ยังได้พบปะเกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกกาแฟในจังหวัดเลย และได้จัดสัมมนา เรื่อง ?รอบรู้ตลาดการค้าเสรี สร้างแต้มต่อกาแฟไทยขยายตลาดส่งออก? โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย (นายผดุงศักดิ์ หาญปรีชาสวัสดิ์) ให้เกียรติเปิดงาน มีผู้ผลิตกาแฟ วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จากอำเภอภูเรือ อำเภอนาแห้ว และอำเภอเมือง เข้าร่วมหารือกับผู้แทนกรมเจรจาฯ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พาณิชย์จังหวัดเลย และเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเลย ซึ่งเห็นพ้องกันว่า การพัฒนากาแฟไทยให้ได้คุณภาพ สามารถสร้างจุดแข็งจากอัตลักษณ์ ความพิเศษของกาแฟไทยจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กาแฟไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งผู้ประกอบการยังสามารถใช้ประโยชน์จาก FTA ขยายกาแฟไทยสู่ตลาดโลกได้อีกด้วย

ในโอกาสนี้ นายชูศักดิ์ ชื่นประโยชน์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ได้แนะนำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนารู้จักกับ ?น่านโมเดล? ที่สภาหอการค้าไทยไปจับมือกับผู้ปลูกกาแฟจังหวัดน่าน นำผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน มาช่วยพัฒนาคุณภาพ ส่งเสริมการตลาด สร้างตรารับรองต่าง ๆ เช่น ตรา GAP ตราฮาลาล ตลอดจนให้คำแนะนำเรื่องการปลูก การทดสอบดิน การให้น้ำ ให้ปุ๋ย ตัดแต่งใบ กำจัดโรคและแมลง เป็นต้น ทำให้ได้ผลผลิตกาแฟสูงถึง 3 ตันต่อไร่ (จากปกติประมาณ 1 ตันต่อไร่) รวมมูลค่า ประมาณ 6 หมื่นบาท ซึ่งช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับเกษตรกรได้ในระยะยาว

ทั้งนี้ ในปี 2564 ไทยส่งออกกาแฟดิบ กาแฟคั่ว และกาแฟสำเร็จรูปไปตลาดโลกรวมมูลค่า 103.62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์ เป็นตลาดสำคัญ ปัจจุบัน 14 ประเทศคู่ FTA ของไทย คือ อาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง ชิลี ไม่เก็บภาษีศุลกากรกับเมล็ดกาแฟที่ส่งออกจากไทยทุกรายการแล้ว ขณะที่ 4 ประเทศ ยังเก็บภาษีศุลกากรอยู่ คือ ญี่ปุ่น (กาแฟคั่ว ร้อยละ 10-12) จีน (กาแฟไม่ได้คั่ว ทั้งที่แยกและไม่ได้แยกกาเฟอีน และกาแฟคั่วที่ไม่ได้แยกกาเฟอีน ร้อยละ 5) เปรู (กาแฟคั่วและไม่คั่ว ร้อยละ 6-11) และอินเดีย (กาแฟคั่ว ร้อยละ 100) โดยญี่ปุ่นได้ตกลงลดภาษีศุลกากรกับสินค้ากาแฟคั่วส่งออกจากไทย ภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) โดยจะทยอยลดภาษีให้เหลือร้อยละ 0 ในปี 2580

12 กุมภาพันธ์ 2565

ที่มา: กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ