กรุงเทพโพลล์: "คะแนนนิยมของคนกรุงเทพฯ ในช่วงโค้งแรกของการเลือกตั้ง 54”

ข่าวผลสำรวจ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 10:40 น. —กรุงเทพโพลล์

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,178 คน โดยเก็บข้อมูลเมื่อวันที่ 20 - 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พบว่า เกณฑ์ที่คนกรุงเทพฯ ใช้ในการตัดสินใจเลือกผู้สมัคร ส.ส. ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ อันดับแรก ดูจากผลงานที่ผ่านมาในอดีต (ร้อยละ 31.7) รองลงมาดูนโยบายที่หาเสียง (ร้อยละ 31.2) และดูพรรคที่สังกัด (ร้อยละ 16.6) ตามลำดับ

สำหรับคะแนนนิยมที่มีต่อพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง (ส.ส.) ในระบบบัญชีรายชื่อ พบว่า พรรคที่ได้คะแนนนิยมมากที่สุดได้แก่ พรรคเพื่อไทย (ร้อยละ 25.8) รองลงมาคือ พรรคประชาธิปัตย์ (ร้อยละ 14.7) และพรรครักประเทศไทย (ร้อยละ 2.0) อย่างไรก็ตามมีถึงร้อยละ 52.0 ที่ระบุว่ายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกคนของพรรคใด

ส่วนคะแนนนิยมที่มีต่อพรรคการเมืองในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในระบบแบ่งเขต พบว่า คนกรุงเทพฯ ตั้งใจจะเลือกผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยมากที่สุด (ร้อยละ 26.3) รองลงมาคือ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ (ร้อยละ 15.2) และผู้สมัครจากพรรครักประเทศไทย (ร้อยละ 1.7) ขณะที่มีถึงร้อยละ 51.9 ระบุว่ายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร

เมื่อสอบถามว่าอยากได้ใครมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไปมากที่สุด พบว่าอันดับแรกได้แก่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ร้อยละ 26.9) รองลงมาคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ร้อยละ 17.4) และนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ (ร้อยละ 3.6) ขณะที่อีกร้อยละ 49.2 ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกใครดี

ทั้งนี้เมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งในการควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพและบริสุทธิ์ยุติธรรมพบว่า ร้อยละ 66.1 ไม่ค่อยเชื่อมั่นถึงไม่เชื่อมั่นเลย ขณะที่ร้อยละ 33.9 เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงเชื่อมั่นมาก

                                        โปรดพิจารณารายละเอียดใน รายละเอียดต่อไปนี้
1. ความคิดเห็นต่อการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในวันที่ 3 กรกฎาคม พบว่า
          ตั้งใจว่าจะไป                    ร้อยละ 92.3
          ตั้งใจว่าจะไม่ไป                  ร้อยละ 3.1
             โดยสาเหตุที่คิดว่าจะไม่ไปเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เพราะ
                    - เบื่อหน่ายการเมือง                                                  ร้อยละ 1.3
                    - ทำงาน ติดธุระ ไปต่างจังหวัด                                          ร้อยละ 0.7
                    - ไม่เคยไปเลือกอยู่แล้ว                                                ร้อยละ 0.6
                    - เลือกไปก็ไม่เห็นทำประโยชน์ให้เลย                                      ร้อยละ 0.5
          ไม่แน่ใจ                        ร้อยละ 4.6
2. เกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พบว่า
(ถามเฉพาะผู้ที่ระบุว่าจะไปเลือกตั้ง)
          -ดูจากผลงานในอดีตเป็นหลัก                                                        ร้อยละ        31.7
          -ดูจากนโยบายที่ใช้หาเสียงเป็นหลัก                                                   ร้อยละ        31.2
          -ดูจากพรรคที่สังกัดเป็นหลัก                                                         ร้อยละ        16.6
          -ดูว่าไม่มีประวัติด่างพร้อยเรื่องทุจริตเป็นหลัก                                            ร้อยละ        14.3
          -เลือกตามญาติพี่น้อง คนในครอบครัว และชุมชน เป็นหลัก                                   ร้อยละ         2.0

-อื่นๆ เช่น เลือกตามความชอบส่วนบุคคลเลือกผู้ที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก

             และเลือกผู้ที่ให้ผลประโยชน์ตอบแทนมากที่สุด เป็นหลัก                                   ร้อยละ         4.2
3. คะแนนนิยมที่มีต่อพรรคการเมืองในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในระบบบัญชีรายชื่อ พบว่า
(ถามเฉพาะผู้ที่ระบุว่าจะไปเลือกตั้ง)
          จะเลือกพรรคเพื่อไทย                    ร้อยละ          25.8
          จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์                 ร้อยละ          14.7
          จะเลือกผู้สมัครพรรครักประเทศไทย          ร้อยละ           2.0
          จะเลือกผู้สมัครพรรครักษ์สันติ               ร้อยละ           1.6
          จะไม่เลือกใครเลย                      ร้อยละ           3.9
          ยังไม่ตัดสินใจ                          ร้อยละ          52.0
4. คะแนนนิยมที่มีต่อพรรคการเมืองในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในระบบแบ่งเขต พบว่า
(ถามเฉพาะผู้ที่ระบุว่าจะไปเลือกตั้ง)
          จะเลือกผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย            ร้อยละ          26.3
          จะเลือกผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์         ร้อยละ          15.2
          จะเลือกผู้สมัครของพรรครักประเทศไทย       ร้อยละ           1.7
          จะเลือกผู้สมัครของพรรครักษ์สันติ            ร้อยละ           1.3
          จะไม่เลือกใครเลย                      ร้อยละ           3.6
          ยังไม่ตัดสินใจ                          ร้อยละ          51.9
5. คนกรุงเทพฯ อยากได้ใครมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปมากที่สุด พบว่า
(เป็นคำถามปลายเปิดให้ผู้ตอบระบุเอง)
          นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร                 ร้อยละ          26.9
          นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ                  ร้อยละ          17.4
          นายชูวิทย์  กมลวิศิษฐ์                    ร้อยละ           3.6
          ร.ต.อ. ปุระชัย  เปี่ยมสมบูรณ์             ร้อยละ           2.9
          ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกใคร                 ร้อยละ          49.2
6. ความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งในการควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพและบริสุทธิ์ยุติธรรม พบว่า
   - ไม่ค่อยเชื่อมั่นถึงไม่เชื่อมั่นเลย (โดยแบ่งเป็น ไม่ค่อยเชื่อมั่นร้อยละ 48.3 และไม่เชื่อมั่นเลยร้อยละ 17.8 )     ร้อยละ  66.1
  • เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงเชื่อมั่นมาก (โดยแบ่งเป็น เชื่อมั่นค่อนข้างมากร้อยละ 24.3 และเชื่อมั่นมากร้อยละ 9.6) ร้อยละ 33.9
                                                  รายละเอียดในการสำรวจ
วัตถุประสงค์ในการสำรวจ

เพื่อทราบข้อมูลและความคิดเห็นของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่อการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ในประเด็นต่อไปนี้

1. ความตั้งใจที่จะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้

2. เกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาเลือกผู้สมัคร

3. คะแนนนิยมที่มีต่อพรรคการเมืองในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในระบบแบ่งเขต

4. คะแนนนิยมที่มีต่อพรรคการเมืองในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในระบบบัญชีรายชื่อ

5. หัวหน้าพรรคที่คิดว่าเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปมากที่สุด

6. ความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งในการควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพและบริสุทธิ์ยุติธรรม

ระเบียบวิธีการสำรวจ

การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปจากทุกสาขาอาชีพ ที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) โดยการสุ่มถนน จากนั้นจึงสุ่มประชากรเป้าหมายที่จะสัมภาษณ์อย่างเป็นระบบ และใช้วิธีเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์แบบพบตัว ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 1,178 คน เป็นเพศชายร้อยละ 48.1 และเพศหญิงร้อยละ 51.9

ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error)

ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน +/- 3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%

วิธีการรวบรวมข้อมูล

ใช้การสัมภาษณ์แบบพบตัว (Face-to-face Interview) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอน ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) และได้นำแบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล

ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล           :  20 - 22 พฤษภาคม 2554
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ               :  24 พฤษภาคม 2554
                                                  ข้อมูลประชากรศาสตร์
                                        จำนวน (คน)     ร้อยละ
เพศ
       ชาย                                567          48.1
       หญิง                                611          51.9
รวม                                     1,178        100.00
อายุ
       18 ปี — 25 ปี                        262          22.2
       26 ปี — 35 ปี                        292          24.9
       36 ปี — 45 ปี                        283          24.0
       46 ปีขึ้นไป                           341          28.9
รวม                                     1,178         100.0
การศึกษา
       ต่ำกว่าปริญญาตรี                      693          58.8
       ปริญญาตรี                           418          35.5
       สูงกว่าปริญญาตรี                       43           3.7
       ไม่ระบุระดับการศึกษา                   24           2.0
รวม                                    1,178         100.0
อาชีพ
      ข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสาหกิจ           97          8.2
      พนักงาน / ลูกจ้างบริษัทเอกชน            305          25.9
      ค้าขาย / ประกอบอาชีพส่วนตัว            421          35.8
      รับจ้างทั่วไป                          123          10.4
      พ่อบ้าน / แม่บ้าน / เกษียณอายุ           102           8.7
      อื่นๆ อาทิ อาชีพอิสระ ว่างงาน  นักศึกษา    130          11.0
รวม                                    1,178         100.0

--ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์--

-พห-

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ