ข่าวอินโฟเควสท์
01:56 "แบร์ริค โกลด์"ทุ่มกว่า 6 พันล้านดอลล์ฮุบ"แรนด์โกลด์"ขึ้นแท่นบริษัทเหมืองทองใหญ่สุดในโลก   บริษัทแบร์ริค โกลด์แถลงในวันนี้ว่า ทางบริษัทได้เข้าซ…
01:29 เฟดชิคาโกเผยดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจทรงตัวในเดือนส.ค.   ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก เปิดเผยว่า ดัชนี Chicago Fed National Activity Index (C…
01:08 "ทรัมป์"เผยอาจประชุมซัมมิตกับ"คิม จอง อึน"เป็นครั้งที่ 2 ในไม่ช้า   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะพบกับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนื…
00:57 บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 2 ปีทำนิวไฮกว่า 10 ปี หลังประธาน ECB เตือนเงินเฟ้อพุ่ง   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีทะยานขึ้นทะลุระดับ 2.840%…
00:33 ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้นจากอานิสงส์ดอลลาร์อ่อนค่าก่อนประชุมเฟดสัปดาห์นี้   ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้นในวันนี้ โดยได้อานิสงส์จากการอ่อนค่าของด…

กรุงเทพโพลล์: “พ่อแม่ยุคใหม่วางแผนอย่างไรเมื่อใกล้เปิดเทอม”

ข่าวผลสำรวจ กรุงเทพโพลล์ -- จันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2561 07:19:43 น.

เปิดเทอมนี้ พ่อแม่ยุคใหม่ร้อยละ 66.8 ระบุว่าการส่งลูกไปเรียนพิเศษเพิ่มมีความจำเป็นมาก สำหรับระบบการศึกษาไทยในปัจจุบัน โดยร้อยละ 40.8 มีการวางแผนให้ลูกเรียนด้าน

ภาษาที่ 3 เพิ่มเติม เช่น ภาษาจีนและญี่ปุ่น ทั้งนี้ ร้อยละ 47.8 สนับสนุนให้ลูกเรียนเสริมในสิ่งที่เค้าชอบ ส่วนค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาของลูกนั้นร้อยละ 70.6 ระบุว่า มีการจัดสรรเงินสำหรับ

การศึกษาของลูกโดยเฉพาะไว้แล้ว

ส่วนเรื่องที่ต้องการในรัฐบาลสนับสนุนมากที่สุดคือ สร้างหลักสูตรทางเลือกที่หลากหลายเหมาะกับศักยภาพของเด็ก และ ให้ครูสอนเต็มที่จะได้ไม่ต้องให้ลูกไปเรียนพิเศษเพิ่ม

ในเดือนพฤษภาคมของทุกปีเป็นช่วงเปิดเทอมของโรงเรียนต่างๆ พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเตรียมการวางแผนในด้านการศึกษาแก่บุตรหลานสำหรับปีการศึกษาใหม่ กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์

วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงดำเนินการสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “พ่อแม่ยุคใหม่วางแผนอย่างไรเมื่อใกล้เปิดเทอม” โดยเก็บข้อมูลจากพ่อแม่ ผู้ปกครองที่มีลูกหลานศึกษาอยู่ในระดับชั้น อนุบาล-

มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งสิ้น1,175 คน มีผลสำรวจดังนี้

เมื่อถามว่าระบบการศึกษาไทยในปัจจุบันมีความจำเป็นเพียงใดที่ต้องส่งบุตรหลานไปเรียนพิเศษ พ่อแม่ส่วนใหญ่ร้อยละ 66.8 ระบุว่า จำเป็นมาก รองลงมาร้อยละ 20.4 ระบุว่า

จำเป็นน้อย และมีเพียงร้อยละ 12.8 ระบุว่าไม่จำเป็นเลย

ส่วนการวางแผนเพื่อเพิ่มทักษะและความสามารถให้กับลูกๆ ในเทอมใหม่นี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 40.8 จะเน้นด้านภาษาที่3  เช่น ภาษาจีนภาษาญี่ปุ่น รองลงมาร้อยละ 38.0 เน้นด้าน

กีฬา และร้อยละ 23.6 เน้นด้านดนตรี/ร้องเพลง/นาฏศิลป์

โดยวิธีการสนับสนุนเพื่อเพิ่มทักษะความสามารถให้แก่ลูกๆ พ่อแม่ส่วนใหญ่ร้อยละ 47.8 ให้ลูกเรียนเสริมในสิ่งที่เค้าชอบไม่บังคับหรือกำหนดให้ลูก รองลงมาร้อยละ 46.5 กำหนดให้

ลูกไปเรียนเพื่อสร้างทักษะเฉพาะเช่น ดนตรี กีฬา คณิต ศิลปะ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ฯลฯ และร้อยละ 37.8 ให้ลูกเรียนพิเศษด้านวิชาการในวันธรรมดาและวันเสาร์-อาทิตย์

ด้านค่าเรียนพิเศษเพื่อเสริมทักษะความสามารถให้แก่ลูกๆ ด้านต่างๆ ในปัจจุบันร้อยละ 49.9 ระบุว่า ราคาพอดีแล้ว รองลงมาร้อยละ 29.0 ระบุว่าราคาสูงแต่พอรับได้ และร้อยละ

5.3 ระบุว่า ราคาสูงมากจนไม่สามารถรับได้

สำหรับการจัดเตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับแผนการศึกษาของลูกๆ ส่วนใหญ่ร้อยละ 70.6 ระบุว่ามีการจัดสรรเงินไว้สำหรับการศึกษาของลูกโดยเฉพาะ รองลงมาร้อยละ 31.7 ระบุว่า

นำเงินเก็บออมออกมาใช้ และร้อยละ 10.5 ระบุว่าหยิบยืมจากญาติเพื่อนกรณีหมุนเงินไม่ทัน

ทั้งนี้เรื่องที่ต้องการการสนับสนุนด้านการศึกษาจากรัฐบาลมากที่สุดร้อยละ 17.7 คือสร้างหลักสูตรทางเลือกที่หลากหลายเหมาะกับศักยภาพของเด็กรองลงมาร้อยละ 17.5 คือให้

ครูสอนเต็มที่จะได้ไม่ต้องไปเรียนพิเศษเพิ่ม และร้อยละ 15.9 ให้พัฒนาครูให้มีเทคนิคการสอนโดยยึดนักเรียนเป็นหลัก
โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ระบบการศึกษาไทยมีความจำเป็นต้องส่งลูกๆ ไปเรียนพิเศษหรือไม่เพียงใด

จำเป็นมาก                                                  ร้อยละ 66.8

จำเป็นน้อย                                                  ร้อยละ 20.4

ไม่จำเป็นเลย                                                ร้อยละ 12.8

2. วางแผนเพื่อเพิ่มทักษะ/ความสามารถด้านการศึกษาให้ลูกๆ ในด้าน... (ตอบได้มากกว่า 1คำตอบ)

ภาษาที่3  เช่น ภาษาจีนภาษาญี่ปุ่นเป็นต้น                            ร้อยละ 40.8

กีฬา                                                       ร้อยละ 38.0

ดนตรี/ร้องเพลง/นาฏศิลป์                                       ร้อยละ 23.6

การเข้าสังคม/ทำกิจกรรม/จิตอาสา/EQ                             ร้อยละ 20.1

ศิลปะ                                                      ร้อยละ 18.0

วิชาการเพื่อสอบเข้าสถาบันการศึกษาชั้นนำ                           ร้อยละ 18.0

ภาษาเพื่อเรียนต่อหลักสูตรอินเตอร์/ต่างประเทศ                       ร้อยละ 12.0

ไม่ได้เน้นทักษะด้านใดเป็นพิเศษให้เรียนตามแผนการเรียนปกติ             ร้อยละ 16.8
3.  สิ่งที่ได้ทำและสนับสนุนเพื่อเพิ่มทักษะความสามารถให้แก่ลูกๆ คือ….(ตอบได้มากกว่า1คำตอบ)

ให้ลูกเรียนเสริมในสิ่งที่เค้าชอบไม่บังคับหรือกำหนดให้ลูก                 ร้อยละ 47.8

สร้างทักษะเฉพาะให้กับลูกเช่น ดนตรี กีฬา คณิต ศิลปะ ภาษาจีน ญี่ปุ่น ฯลฯ   ร้อยละ 46.5

ให้เรียนพิเศษวันธรรมดาและวันเสาร์-อาทิตย์                         ร้อยละ 37.8

เตรียมวางแผนระยะยาวเลือกสถาบันการศึกษาตั้งแต่อนุบาล- มหาวิทยาลัย    ร้อยละ 30.8

พาลูกไปร่วมกิจกรรมต่างๆเข้าค่ายเพื่อสร้างประสบการณ์                 ร้อยละ 19.5

ไม่ได้สนับสนุน/เพิ่มทักษะด้านใดเพิ่มเติมจากที่เรียนในโรงเรียนเลย         ร้อยละ 12.5
4. ราคาหรือค่าใช้จ่ายการเรียนพิเศษเพื่อเพิ่มทักษะความสามารถให้แก่ลูกๆในปัจจุบันเป็นอย่างไร

ราคาพอดีแล้ว                                                ร้อยละ    49.9

ราคาสูงแต่พอรับได้                                            ร้อยละ    29.0

ราคาสูงมากจนไม่สามารถรับได้                                   ร้อยละ     5.3

ไม่ได้ให้เรียนพิเศษเพราะไม่จำเป็น                                ร้อยละ    15.8

5. การจัดเตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับแผนการศึกษาของลูกๆ(ตอบได้มากกว่า 1 คำตอบ)

จัดสรรเงินไว้สำหรับการศึกษาของลูกโดยเฉพาะ                       ร้อยละ    70.6

นำเงินที่เก็บออมออกมาใช้                                       ร้อยละ    31.7

หยิบยืมจากญาติเพื่อนกรณีหมุนเงินไม่ทัน                              ร้อยละ    10.5

กู้ธนาคาร/รูดบัตรเครดิต                                        ร้อยละ     3.1

กู้นอกระบบกรณีหมุนเงินไม่ทัน                                     ร้อยละ     2.8

อื่นๆ เช่น รายได้จาการทำงาน เงินโบนัส เป็นต้น                     ร้อยละ     1.2

6. เรื่องที่ต้องการการสนับสนุนด้านการศึกษาจากรัฐบาลมากที่สุด

สร้างหลักสูตรทางเลือกที่หลากหลายเหมาะกับศักยภาพของเด็ก             ร้อยละ    17.7

ให้ครูสอนเต็มที่จะได้ไม่ต้องไปเรียนพิเศษเพิ่ม                         ร้อยละ    17.5

พัฒนาครูให้มีเทคนิคการสอนโดยยึดนักเรียนเป็นหลัก                     ร้อยละ    15.9

พัฒนาหลักสูตรการศึกษาให้เหมาะสมกับลักษณะของเด็กGEN Z              ร้อยละ    14.6

ปรับระบบ/ลดการแข่งขันการสอบคัดเลือกเข้าม.1 ม.4 และมหาวิทยาลัย     ร้อยละ    12.0

ให้ทุนการศึกษาสำหรับเด็กเรียนดีแต่ยากจน                           ร้อยละ    11.0

สนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ครอบคลุม                                    ร้อยละ    10.2

อื่นๆ  เช่น ให้มาตรฐานการสอนเท่ากันทุกโรงเรียน พัฒนาทักษะด้าน        ร้อยละ     1.1

การดำเนินชีวิต เป็นต้น
รายละเอียดในการสำรวจ
วัตถุประสงค์ในการสำรวจ

เพื่อสอบถามความคิดเห็นของพ่อแม่ผู้ปกครองในยุคใหม่ เกี่ยวกับการวางแผนการศึกษาและการสนับสนุนเพื่อเสริมทักษะความสามารถให้กับลูกหลานที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอนุบาล-

มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ในช่วงเปิดเทอมปีการศึกษาใหม่ตลอดจนความเห็นต่อค่าเรียนพิเศษเพื่อเสริมทักษะความสามารถและเรื่องที่ต้องการการสนับสนุนด้านการศึกษาจากรัฐบาลทั้งนี้เพื่อเป็น

ประโยชน์ต่อระบบการศึกษาและสังคมไทยโดยรวม
ระเบียบวิธีการสำรวจ

การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกเหลาน เรียนอยู่ในระดับชั้นอนุบาล-มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสุ่มประชากรเป้าหมาย

ที่จะสัมภาษณ์อย่างเป็นระบบ ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 1,175 คน
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error)
ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน  ?3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
วิธีการรวบรวมข้อมูล

ใช้การสัมภาษณ์แบบพบตัว (Face-to-face Interview) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอน ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check

List Nominal) จากนั้นคณะนักวิจัยได้นำแบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล :  8-11เมษายน 2561
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ :  12 เมษายน 2561
--ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์--
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง