กรุงเทพโพลล์: “โค้งสุดท้าย ส.ส.แบบไหน คนไทยจะเลือก”

ข่าวผลสำรวจ 18 มีนาคม พ.ศ. 2562 08:50 น. —กรุงเทพโพลล์

กรุงเทพโพลล์: “โค้งสุดท้าย ส.ส.แบบไหน คนไทยจะเลือก”

ประชาชน 96.9% ยืนยันจะออกไปสิทธิใช้เสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ 55.9 % จะตัดสินจากนโยบายที่ใช้ในการหาเสียง 39.7% จะดูจากความรู้ ความสามารถมีวิสัยทัศน์ 39.3% ดูจากผลงานในอดีต

จากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้วันที่ 24 มีนาคม 2562 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพจึงสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง“โค้งสุดท้ายส.ส.แบบไหนคนไทยจะเลือก”โดยเก็บข้อมูลประชาชนจากทุก ภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,794 คน พบว่า

กรุงเทพโพลล์: “โค้งสุดท้าย ส.ส.แบบไหน คนไทยจะเลือก”

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 96.9 ระบุว่าตั้งใจว่าจะไปเลือกตั้ง มีเพียงร้อยละ 1.6 เท่านั้นที่ระบุว่า ตั้งใจว่าจะไม่ไป ที่ เหลือร้อยละ 1.5 ระบุว่ายังไม่แน่ใจ

สำหรับปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกพรรคการเมือง/ส.ส. เข้ามาบริหารประเทศนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 55.9 ระบุว่าตัดสินจากนโยบาย ที่ใช้ในการหาเสียง รองลงมาร้อยละ 39.7ระบุว่าดูจากความรู้ความสามารถวิสัยทัศน์ก้าวไกล ร้อยละ 39.3 ระบุว่าดูจากผลงานในอดีต ร้อยละ 38.7 ระบุว่า ต้องไม่มีประวัติด่างพร้อยด้านการทุจริต และร้อยละ 35.9 ระบุว่าเป็นคนทำงานช่วยเหลือชุมชนแก้ปัญหาชุมชน

โปรดพิจารณารายละเอียดดังต่อไปนี้ ? 1. ความเห็นต่อการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งส.ส. ในวันที่24 มี.ค. 62 ที่จะถึงนี้

ตั้งใจว่าจะไป                                                     ร้อยละ 96.9
ตั้งใจว่าจะไม่ไป                                                   ร้อยละ  1.6
          โดยให้เหตุผลว่า เรียน ทำงาน ติดธุระ            ร้อยละ 0.8
                       ไม่มีใครน่าสนใจ                ร้อยละ 0.2
                       เบื่อหน่ายการเมือง              ร้อยละ 0.1
                       เลือกไปก็ไม่เห็นทำประโยชน์ให้เลย  ร้อยละ 0.1
                        อื่นๆ                        ร้อยละ 0.4
ไม่แน่ใจ                                                         ร้อยละ  1.5

2. ปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกพรรคการเมือง/ส.ส. เข้ามาบริหารประเทศ(เลือกตอบได้มากกว่า ข้อ)
นโยบายที่ใช้ในการหาเสียง                                           ร้อยละ 55.9
มีความรู้ความสามารถ วิสัยทัศน์ก้าวไกล                                  ร้อยละ 39.7
ดูจากผลงานในอดีต                                                 ร้อยละ 39.3
ไม่มีประวัติด่างพร้อยด้านการทุจริต                                      ร้อยละ 38.7
ทำงานช่วยเหลือชุมชน แก้ปัญหาชุมชน                                    ร้อยละ 35.9
การเสนอชื่อผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี                                     ร้อยละ 26.6
คนรุ่นใหม่ไฟแรง                                                   ร้อยละ 21.3
ส.ส. เก่า เป็นคนในพื้นที่                                            ร้อยละ 20.5
พรรคการเมืองใหญ่                                                 ร้อยละ 10.4
คนดังมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก                                            ร้อยละ  4.3

รายละเอียดการสำรวจ

วัตถุประสงค์การสำรวจ

เพื่อสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ปัจจัยที่นำมาใช้ในการตัดสินใจเลือกผู้สมัคร จากพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อสะท้อนมุมมองความคิดเห็นของประชาชนให้สังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ

ประชากรที่สนใจศึกษา

การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างจากประชาชนทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป โดยการสุ่มสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากฐานข้อมูลของกรุงเทพโพลล์ ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบ Simple Random Sampling แล้วใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักด้วยข้อมูลประชากรศาสตร์จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error)

การประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน ?3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%

วิธีการรวบรวมข้อมูล

ใช้การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอน ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) จากนั้นได้นำแบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล

ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล : 11-12 มีนาคม 2562

          วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ      : 16 มีนาคม 2562

--ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์--


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ