กรุงเทพโพลล์: คนไทยคิดอย่างไร?หลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

ข่าวผลสำรวจ Monday September 20, 2021 08:19 —กรุงเทพโพลล์

หลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ประชาชนเริ่ม กลับไปเปิดร้าน กลับไปทำงาน เดินเที่ยวห้าง และนั่งทานอาหารในร้าน ขณะที่ร้อยละ 41.0 อยู่บ้านเหมือนช่วงยังไม่คลายล็อกดาวน์

ทั้งนี้พบว่าประชาชนร้อยละ 54.5 มีความเชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุดว่า ห้างร้าน ต่างๆ จะปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ได้ในระยะยาว

ส่วนร้อยละ 62.7 มีความกังวลค่อนข้างมากถึงมากที่สุดว่าหลังจากผ่อนคลายมาตรการ ล็อกดาวน์อาจนำไปสู่การติดเชื้อระลอกใหม่ โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 71.7 เห็นด้วยกับมาตรการโควิดฟรีเซตติ้งที่ต้องมีหลักฐานฉีดวัคซีนครบโดส หรือผลตรวจ ATK เป็นลบ ก่อนจึงเข้าใช้บริการร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ได้

กรุงเทพโพลล์โดยมหาวิทยาลัยกรุงเทพสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง ?คนไทยคิดอย่างไร??หลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์? โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,200 คน พบว่า

กิจกรรมที่ประชาชนทำหลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมาคือ ได้กลับไปเปิดร้าน ได้กลับไปทำงาน ร้อยละ 15.5 รองลงมาคือ เดินเที่ยวห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ร้อยละ 11.9 และนั่งทานอาหารในร้าน ร้อยละ 11.4 ขณะที่ ร้อยละ 41.0 ระบุว่า อยู่บ้านเหมือนช่วงที่ยังไม่มีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

เมื่อถามว่า เชื่อมั่นเพียงใดว่าสถานประกอบการ ห้างร้าน ต่างๆ จะปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ในระยะยาว ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 54.5 ระบุว่า เชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ขณะที่ร้อยละ 45.5 ระบุว่า เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงมากที่สุด

ส่วนความกังวลว่าหลังจากผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์อาจนำไปสู่การติดเชื้อระลอกใหม่ นั้น ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 62.7 ระบุว่า กังวลค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 37.3 ระบุว่า กังวลค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด

สำหรับความเห็นต่อการเตรียมใช้มาตรการโควิดฟรีเซตติ้ง สำหรับลูกค้าที่ เข้าร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ตัดผม คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม ต้องมีหลักฐานฉีดวัคซีนครบโดส หรือผลตรวจ ATK เป็นลบ ตั้งแต่ 1 ต.ค. นี้ พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 71.7 เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า ลดความเสี่ยงจากการรับ และการแพร่เชื้อ โควิด-19 และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าคนอื่นๆ และพนักงานในร้าน ขณะที่ร้อยละ 28.3 ระบุว่าไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า เร็วเกินไปยังฉีดวัคซีนไม่ทั่วถึงทำให้เสียลูกค้าในกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน ผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจะถูกตัดสิทธิ์ในการใช้บริการ

โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. สิ่งที่ทำหลังจากผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา คือ

เปิดร้าน/กลับไปทำงาน                    ร้อยละ          15.5
เดินเที่ยวห้างสรรพสินค้า/ศูนย์การค้า          ร้อยละ          11.9
นั่งทานอาหารที่ร้าน          ร้อยละ          11.4
เข้าร้านตัดผม/เสริมสวย            ร้อยละ          10.4
ไปสนามกีฬา/ออกกำลังกายกลางแจ้ง          ร้อยละ          4.8
เที่ยวต่างจังหวัด/วางแผนท่องเที่ยว          ร้อยละ          4.3
เข้าร้านนวด          ร้อยละ          0.7

อยู่บ้านเหมือนช่วงที่ยังไม่มีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์          ร้อยละ          41.0

2. ท่านเชื่อมั่นเพียงใด ว่าสถานประกอบการ ห้างร้าน ต่างๆ จะปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ในระยะยาว

เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงมากที่สุด          ร้อยละ          45.5

(โดยแบ่งเป็น เชื่อมั่นค่อนข้างมาก ร้อยละ 41.3 และเชื่อมั่นมากที่สุด ร้อยละ 4.2)

เชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด          ร้อยละ          54.5

(โดยแบ่งเป็น เชื่อมั่นค่อนข้างน้อย ร้อยละ 42.0 และเชื่อมั่นน้อยที่สุด ร้อยละ 12.5)

3. ท่านกังวลเพียงใดว่าหลังจากผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์อาจนำไปสู่การติดเชื้อระลอกใหม่

กังวลค่อนข้างมากถึงมากที่สุด          ร้อยละ          62.7

(โดยแบ่งเป็น กังวลค่อนข้างมาก ร้อยละ 45.9 และกังวลมากที่สุด ร้อยละ16.8 )

กังวลค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด          ร้อยละ          37.3

(โดยแบ่งเป็น กังวลค่อนข้างน้อย ร้อยละ 28.8 และกังวลน้อยที่สุด ร้อยละ 8.5)

4. ความเห็นต่อการเตรียมใช้มาตรการโควิดฟรีเซตติ้ง สำหรับลูกค้าที่ เข้าร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ตัดผม คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม ต้องมีหลักฐานฉีดวัคซีนครบโดส หรือผลตรวจ ATK เป็นลบ ด้วยแพลตฟอร์มไทยเซฟไทย ตั้งแต่ 1 ต.ค. นี้
เห็นด้วย          ร้อยละ          71.7
โดยให้เหตุผลว่า
          ลดความเสี่ยงจากการรับ และการแพร่เชื้อ โควิด-19          ร้อยละ          37.4
          สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าคนอื่นๆ และพนักงานในร้าน          ร้อยละ          34.3


ไม่เห็นด้วย          ร้อยละ          28.3
โดยให้เหตุผลว่า
เร็วเกินไปยังฉีดวัคซีนไม่ทั่วถึงทำให้เสียลูกค้าในกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน          ร้อยละ          14.6
ผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจะถูกตัดสิทธิ์ในการใช้บริการ          ร้อยละ          7.1
เกิดการแบ่งแยกทางสังคม เลือกปฏิบัติตามมา          ร้อยละ          5.1
อื่นๆ อาทิ ฉีดวัคซีนครบแล้วก็ยังติดเชื้อได้ ยุ่งยาก เข้มงวดเกินไป ฯลฯ          ร้อยละ          1.5





?
รายละเอียดในการสำรวจ

วัตถุประสงค์ในการสำรวจ

เพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสิ่งที่ทำหลังมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ความเชื่อมั่นในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของห้างร้านต่างๆ ตลอดจนความกังวลเรื่องการติดเชื้อระลอกใหม่ และความเห็นที่มีต่อการเตรียมใช้มาตรการโควิดฟรีเซตติ้งสำหรับการเข้าใช้บริการ ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองความคิดเห็นของประชาชนให้สังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ

ประชากรที่สนใจศึกษา

การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างจากประชาชนทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยการสุ่มสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากฐานข้อมูลของกรุงเทพโพลล์ ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) แล้วใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักด้วยข้อมูลประชากรศาสตร์จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error)

การประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน ? 3 ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%

วิธีการรวบรวมข้อมูล

ใช้การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ (Enumeration by telephone) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอนประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) จากนั้นจึงนำแบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล

ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล : 13-15 กันยายน 2564

วันที่เผยแพร่ผลการสำรวจ : 18 กันยายน 2564

ตารางข้อมูลประชากรศาสตร์
          จำนวน          ร้อยละ
เพศ
            ชาย          600          50.0
            หญิง          600          50.0
รวม           1,200           100.0
อายุ
            18 ? 30 ปี          102          8.5
            31 ? 40 ปี          161          13.4
            41 ? 50 ปี          302          25.2
            51 ? 60 ปี          321          26.7
            61 ปีขึ้นไป           314          26.2
รวม           1,200           100.0
การศึกษา
            ต่ำกว่าปริญญาตรี          724          60.3
            ปริญญาตรี          356          29.7
            สูงกว่าปริญญาตรี          120          10.0
รวม           1,200           100.0
อาชีพ
          ลูกจ้างรัฐบาล          149          12.4
          ลูกจ้างเอกชน          244          20.3
          ค้าขาย/ ทำงานส่วนตัว/ เกษตรกร          405          33.8
          เจ้าของกิจการ/ นายจ้าง          90          7.5
          ทำงานให้ครอบครัว          2          0.2
          พ่อบ้าน/ แม่บ้าน/เกษียณอายุ          255          21.2
          นักเรียน/นักศึกษา          20          1.7
          ว่างงาน           35          2.9
รวม           1,200           100.0


ที่มา: ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ