ประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและภาวะสินค้าในตลาดอิตาลีระหว่างวันที่ 1- 15 กรกฎาคม 2552

ข่าวเศรษฐกิจ Monday August 10, 2009 12:17 —กรมส่งเสริมการส่งออก

1. สภาวะเศรษฐกิจอิตาลีในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม 2552 ค่อนข้างทรงตัวหลังจากที่ได้เริ่มกระเตื้องขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา

สมาพันธ์หอการค้าแห่งชาติ(unioncamere) ได้รายงานว่าในช่วง เม.ย. — มิ.ย. มีจำนวนธุรกิจเปิดใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่าจำนวนธุรกิจที่ต้องปิดกิจการ โดยจำนวนธุรกิจที่ต้องปิดกิจการ 2,750 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงไตรมาสแรกของปี 52 ซึ่งมีจำนวน 2,626 ราย นอกจากนี้บริษัทผู้ประกอบการในอิตาลีราว 20.7% ได้ร้องเรียนว่าต้องประสบปัญหาในการได้รับสินเชื่อ ในขณะที่ 43.3% แจ้งว่าไม่มีปัญหาและ 35.9% ไม่ต้องการสินเชื่อ

2. สมาพันธ์ผู้ค้าปลีก(National retailers association confcommercio) ได้รายงานเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2552 ว่าภาวะเศรษฐกิจได้เริ่มฟื้นตัวโดยเห็นได้จากการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่เริ่มกลับมาดีขึ้นในเดือนมิ.ย. 52หลังจากลดลงเหลือ 0.3% ในเดือนพ.ค. และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นบวกได้ใน 3 เดือนข้างหน้าหลังจากหน้าร้อนไปแล้ว แม้การฟื้นตัวดังกล่าวจะไม่ได้เพิ่มมากนักแต่ก็สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ การใช้จ่ายในธุรกิจบริการเพิ่มขึ้นค่อนข้างดีกว่าโดยเพิ่มขึ้น +1.5% จากเดือนก่อนในขณะที่การใช้จ่ายในสินค้าเท่ากับ + 0.8 % การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจะเป็นการใช้จ่ายในด้านโรงแรมและการทานอาหารข้างนอกบ้าน (+2.5%) การใช้จ่ายเพื่อกิจกรรมใหม่ๆและเสื้อผ้า/อาหาร ในขณะที่การใช้จ่ายในการคมนาคม (Communication) การใช้จ่ายในการดูแลส่วนตัว(personal care) และการใช้จ่ายในบ้านเรือน (household spending) ลดลง

นอกจากนี้ ISTAT ได้รายงานเพิ่มเติมว่าการใช้จ่ายจากรายได้ต่อเดือนของคนหนุ่มสาวที่อยู่คนเดียวจะเป็นการการใช้จ่ายในเรื่องบ้านเรือน 46% ในสินค้าอาหาร 21.6% ยาและบริการด้านสุขภาพ 5%

3. สำนักงานสถิติแห่งชาติอิตาลี (ISTAT) ได้รายงานว่าภาวะเงินเฟ้อในเดือนมิ.ย. 52 ลดลงเหลือ +0.5% เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า(เท่ากับ +0.9%) ซึ่งนับว่าเป็นอัตราต่ำที่สุดนับตั้งแต่ ก.ย. 51 รวมทั้งยังเกิดภาวะเงินเฟ้อติดลบที่มิลาน -0.1% เวนิซ 0.1% เทรนโต -0.3% และอาออสตา -0.5%

นอกจากนี้ EUROSTAT ก็ได้ยืนยันการเกิดภาวะเงินเฟ้อติดลบในยูโรโซนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการเปลี่ยนมาใช้เงินสกุลยูโรโดยในเดือน มิ.ย. 52 ภาวะเงินเฟ้อในยูโรโซนเท่ากับ -0.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้( 0%) และเดือนมิ.ย. 51 ( 4% )

4. ธนาคารชาติแห่งอิตาลี (Bangkok of Italy) รายงานว่าในเดือนพ.ค. 52 หนี้สาธารณะของอิตาลีเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ คือ 1.752 ล้านล้านยูโร เป็นผลจากการเก็บรายได้ภาษีในช่วง 5 เดือนแรกของปี 52 ที่ลดลงถึง 4.5 พันล้านยูโรหรือลดลง -3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ ISTAT คาดว่าหนี้สาธารณะของปี 2552 จะเท่ากับ 110.5% ของ GDP สูงกว่าปี 2551 ซึ่งเท่ากับ 1.66 ล้านล้านยูโร (105.8% ของ GDP ) และปี 2550 ซึ่งเท่ากับ 1.6 ล้านล้านยูโร (103.5% ของ GDP)

ทังนี้ อิตาลี เป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูงเป็นอันดับ 3 รองลงมาจากสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น

5. รัฐบาลอิตาลีได้จัดทำแผนเศรษฐกิจ 4 ปีของรัฐบาล (Four — year economic planning document — DPEF ) ซึ่งรายงานว่าคาดว่า GDP ของปี 52 จะลดลงเหลือ 5.2% และเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ในปี 2553 อย่างไรก็ดี แม้ความไม่แน่นอนของโอกาสทางเศรษฐกิจยังคงมีสูงแต่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้เริ่มผ่อนคลายลงแล้วและจะฟื้นตัวได้อย่างชัดเจนในปี 2553

ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของหน่วยงานต่างๆทั้งในอิตาลีและต่างประเทศ โดย

5.1 IMF ได้คาดการณ์ว่าภาวะเศรษฐกิจของอิตาลีในปี 2552 จะเลวร้ายที่สุดแต่จะฟื้นตัวดีขึ้นในปี 2553 โดยคาดว่า GDP ปี 52 = -5.1% (เดิมคาดการณ์ไว้ — 4.4%)

5.2 OECD ได้คาดการณ์ GDP ปี 52 = -5.5% (เดิมคาดการณ์ไว้ — 5.3%) และ 0.4% ในปี 2553

5.3 EU Commission คาดว่า GDP ปี 52 = -4.4 %

5.4 ธนาคารแห่งชาติอิตาลี คาดว่า GDP ปี 52 = -5.0%

5.5 สมาพันธ์อุตสาหกรรมอิตาลีคาดว่า GDP ปี 52 = -4.9 %

6. ยอดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซด์ในเดือนมิถุนายน 52 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอดขายรถสกูตเตอร์(Scooter) ซึ่งมีสัดส่วนถึงร้อยละ 76 ของยอดจำหน่ายทั้งหมดเพิ่มขึ้นถึง +31.2 % ชดเชยกับยอดขายรถมอเตอร์ไซด์ที่ลดลง 16.3 %

กลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ของอิตาลี ซึ่งรวมถึงบริษัทเฟี๊ยตได้รายงานว่าทั้งยอดขายและสัดส่วนตลาดในเดือนมิ.ย. 52 ได้เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนโดยมียอดขายเพิ่มขึ้น 17.1 % และมีสัดส่วนตลาดถึง 34 %

การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นผลจากมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล (Green incentive) ที่ออกมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 51 และเริ่มเห็นผลชัดเจนมากขึ้นในเดือน มิ.ย. 52 นี้เอง

7. เมื่อวันที่จันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 52 ได้มีการลงนามในข้อตกลง 7 ข้อระหว่างอิตาลีกับจีนภายหลังการเข้าพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีเบอลุสโคนีและประธานาธิบดีหูจิ่นเทา ในโอกาสการจัดประชุม G 8 ที่อิตาลี ข้อตกลงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและขยายความร่วมมือทั้งการค้าการลงทุน โดยครอบคลุมสาขาอุตสาหกรรมวัฒนธรรม เทคโนโลยี ท่องเที่ยว เกษตรและวิทยาศาสตร์

ทั้งนี้ ประธานธิบดี หูจิ่นเทา ได้นำคณะนักธุรกิจจีนจำนวนกว่า 300 คน เดินทางมาอิตาลีเพื่อเจรจาธุรกิจกับนักธุรกิจอิตาเลี่ยนจำนวน 500 รายซึ่งไม่ใช่เฉพาะการซื้อขายเท่านั้นแต่รวมถึงการหาผู้ร่วมค้า (joint ventures) ในหลายๆสาขาอีกด้วย โดยประธาน Confindustria (Mrs.Emma Marcegaglia) ได้กล่าวว่าการตกลงดังกล่าวจะครอบคลุมมูลค่าถึง 1.5 พันล้านยูโร ซึ่งนับเป็นโอกาสดีสำหรับภาคอุตสาหกรรมอิตาลีที่จะช่วยในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศจากภาวะถดถอย

ในโอกาสเดียวกัน บริษัท เฟี๊ยต ได้ลงนามข้อตกลงกับบริษัท GAC ผู้ผลิตรถยนต์ในจีนที่จะร่วมกันตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ที่เมือง Changsha โดยจะเปิดดำเนินการได้ในปี 2554 และในชั้นแรกจะผลิตรถยนต์แบบครอบครัวขนาดเล็ก (Small family Car) ก่อนหลังจากนั้น ก็จะผลิตรถเฟี๊ยตรุ่นที่เป็นที่นิยมมากคือ รุ่น Punto และBravo

8. ณ วันที่6 ก.ค. 52 Economist Intelligence Unit (EIU) ได้รายงานภาวะเศรษฐกิจของอิตาลี ประจำเดือนมิ.ย. 52 ดังนี้
พ.ค. มิ.ย ปี 2553 ปี 2552 ปี 2553 ปี 2552 8.1 GDP (พันล้านเหรียญสหรัฐ) 2,132 2,029 2,129 2,026 8.2 GDP Growth -0.6 -4.6 -0.5 -4.6 8.3 อัตราเงินเฟ้อ 1.3 0.7 1.3 0.7 8.4 การบริโภคภาคเอกชน -1.0 -2.0 -1.0 -2.0 8.5 การนำเข้า -0.2 -9.1 0.2 -9.6 8.6 การส่งออก -0.9 -10.7 -0.6 -10.8 8.7 การจ้างงาน 9.7 8.2 9.7 8.2

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโรม

ที่มา: http://www.depthai.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ