ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเล็กน้อยในวันจันทร์ (13 ก.ค.) โดยแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นช่วยดันหุ้นกลุ่มพลังงาน ปัจจัยดังกล่าวช่วยชดเชยแรงขายในหุ้นกลุ่มการเงินและเหมืองแร่ ขณะที่นักลงทุนประเมินสถานการณ์การปะทะทางทหารระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,498.29 จุด เพิ่มขึ้น 1.00 จุด หรือ +0.01%
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะกลับมาปิดล้อมการขนส่งทางเรือของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียอีกครั้ง และจะรับประกันว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงเปิดให้เดินเรือได้ หลังทั้งสองฝ่ายโจมตีกันด้วยขีปนาวุธและโดรนเพิ่มเติม
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 4% ส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 3%
หุ้นกลุ่มผู้สร้างบ้านปรับตัวขึ้น 2% หลังสื่อรายงานว่า แอนดี เบิร์นแฮม ซึ่งมีแนวโน้มจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของอังกฤษ เตรียมทบทวนแผนนำโครงการ Help to Buy กลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งเป็นโครงการที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ซื้อบ้านครั้งแรกให้สามารถซื้อที่อยู่อาศัยได้
หุ้น Watches of Switzerland Group พุ่งขึ้น 4.2% หลังมีรายงานว่า บริษัทผู้ค้าปลีกนาฬิกาหรูแห่งนี้ได้หารือในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเกี่ยวกับข้อเสนอที่อาจเข้าซื้อกิจการเพื่อนำบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์
หุ้น PageGroup พุ่งขึ้นเกือบ 20% หลังบริษัทจัดหางานรายนี้รายงานกำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
หุ้น Vodafone ปรับตัวขึ้น 5.5% มากที่สุดในดัชนี FTSE 100 ต่อเนื่องจากการพุ่งขึ้นเมื่อวันศุกร์ หลัง ซาเวียร์ นีล มหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศส เปิดเผยว่า มีแผนเข้าซื้อหุ้นมูลค่าเกือบ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในบริษัทโทรคมนาคมแห่งนี้จาก e& ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
ด้านหุ้น Plus500 ร่วงลงราว 15% มากที่สุดในดัชนี FTSE 250 หลังโบรกเกอร์ฟินเทคยังคงประมาณการผลประกอบการทั้งปีไว้ตามเดิม
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าปรับตัวลง 2.4% หลังราคาทองคำร่วงลงกว่า 2% จากความกังวลด้านเงินเฟ้อ ซึ่งหนุนการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่คาด
ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ลดลง 0.8% และหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการปรับตัวลง 0.8% ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูง
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช