สำนักงานคณะกรรมาธิการความปลอดภัยทางออนไลน์ (eSafety Commissioner) ของออสเตรเลีย เปิดเผยรายงานในวันนี้ (14 ก.ค.) ว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ประสบความล้มเหลวในการปกป้องเด็กและเยาวชนจากการขู่กรรโชกทางเพศที่เพิ่มสูงขึ้น
คณะกรรมาธิการฯ ระบุว่า มีชาวออสเตรเลียมากกว่า 2,000 รายที่ยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการขู่กรรโชกทางเพศในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2568 โดยผู้ชายอายุ 18-24 ปีเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุน้อยกว่านั้นกำลังตกเป็นเป้าหมายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ภายใต้กฎหมายของออสเตรเลีย บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึง แอปเปิ้ล (Apple) กูเกิล (Google) เมตา (Meta) และ ไมโครซอฟท์ (Microsoft) จำเป็นต้องส่งรายงานให้กับ eSafety ทุก ๆ 6 เดือน เกี่ยวกับแนวทางการจัดการกับเนื้อหาการล่วงละเมิดและการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กบนแพลตฟอร์มของตน
คณะกรรมาธิการฯ เปิดเผยในวันนี้ว่า ทางหน่วยงานได้ตรวจพบ ช่องโหว่สำคัญ ในแนวทางที่แพลตฟอร์มเหล่านี้ใช้ตอบสนองต่อการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ
รายงานระบุว่า มีช่องโหว่ในการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น เครื่องมือวิเคราะห์ภาษา ที่จะสามารถช่วยตรวจจับบทพูดเชิงบังคับขู่เข็ญ (Coercion Scripts) ซึ่งผู้กระทำความผิดใช้ในการขู่กรรโชกทางเพศ นอกจากนี้ บางแพลตฟอร์มยังขาดช่องทางที่ชัดเจนและเข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้ใช้งานในการรายงานเหตุขู่กรรโชกทางเพศดังกล่าว
จูลี อินแมน แกรนต์ คณะกรรมาธิการ eSafety ระบุในแถลงการณ์ว่า การขู่กรรโชกทางเพศมักมีเป้าหมายไปที่ชายหนุ่ม โดยผู้กระทำความผิดจะหลอกล่อให้เหยื่อส่งภาพอนาจารมาให้ ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการขู่กรรโชกเงินในภายหลัง
อินแมน แกรนต์ กล่าวว่า เรามีความกังวลเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับผลกระทบอันร้ายแรงของการขู่กรรโชกทางเพศ ซึ่งไม่เพียงแต่มุ่งเป้าไปยังบุคคลที่เปราะบางเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบทางจิตใจและอารมณ์อย่างลึกซึ้งต่อตัวเหยื่อรวมถึงครอบครัวของพวกเขาด้วย
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กัลยาณี ชีวะพานิช