สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (14 ก.ค.)หลังจากสหรัฐฯ ใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ซึ่งจะส่งผลให้การไหลเวียนน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดน้อยลง
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.20 ดอลลาร์ หรือ 1.54% ปิดที่ 79.34 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.43 ดอลลาร์ หรือ 1.72% ปิดที่ 84.73 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ต่างก็ปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่สอง หลังจากกองทัพสหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีอิหร่านติดต่อกันหลายวัน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมการเดินเรือของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย และจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นหลังมีรายงานว่า อิหร่านใช้ขีปนาวุธร่อนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่ติดธงชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 8 ราย
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังจากปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความล่าสุดบน Truth Social ในวันอังคาร โดยเขาประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียม 20% ที่เขาวางแผนจะเรียกเก็บจากเรือที่สัญจรในช่องแคบฮอร์มุซเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายของสหรัฐฯ ในการปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยในช่องแคบดังกล่าว
ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เขายกเลิกการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว หลังมีการปรึกษาหารือกับผู้นำในตะวันออกกลาง โดยได้เปลี่ยนมาเป็นข้อตกลงด้านการค้าและการลงทุนมูลค่ามหาศาลที่ประเทศต่าง ๆ ในอ่าวอาหรับจะเข้าลงทุนในสหรัฐฯ
ด้านนักวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ปเตือนว่า ข้อเสนอของปธน.ทรัมป์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจเพิ่มความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะเผชิญหน้าทางทหารกับอิหร่านอย่างมีนัยสำคัญ
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า สต็อกน้ำมันดิบจะลดลง 2.7 ล้านบาร์เรลในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 10 ก.ค.
โดย รัตนา พงศ์ทวิช