แอนดี เบอร์แนม ผู้นำพรรคแรงงานของอังกฤษ เตรียมเดินหน้ายกเครื่องการบริหารประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาค่าครองชีพ การฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการยกระดับคุณภาพบริการสาธารณะ ในขณะที่เขามีกำหนดเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษอย่างเป็นทางการในวันนี้ (21 ก.ค.) นับเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ของประเทศในรอบ 10 ปี
เบอร์แนม วัย 56 ปี จะเข้ารับตำแหน่งต่อจากเคียร์ สตาร์เมอร์ พร้อมความท้าทายหลายด้าน ตั้งแต่การฟื้นเศรษฐกิจที่ยังเติบโตอย่างซบเซา ปัญหาประสิทธิภาพของระบบสาธารณูปโภค ไปจนถึงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งกำลังถูกจับตาจากทั้งภายในและภายนอกพรรคแรงงาน
ก่อนหน้านี้ เบอร์แนมกล่าวเมื่อวันศุกร์ (17 ก.ค.) ว่า การได้รับเลือกเป็นผู้นำพรรคแรงงานถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของการเมืองอังกฤษในรอบ 40 ปี พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเร่งเดินหน้านโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศ และลดภาระค่าครองชีพ
ภายในพรรคแรงงาน เบอร์แนมถูกตั้งความหวังว่าเป็นหนึ่งในนักการเมืองไม่กี่คนที่อาจต้านกระแสความนิยมของพรรครีฟอร์ม ยูเค (Reform UK) ที่นำโดยไนเจล ฟาราจ ได้ หลังสมาชิกพรรคจำนวนหนึ่งมองว่า สตาร์เมอร์ไม่สามารถสกัดแรงกดดันทางการเมืองจากพรรคคู่แข่งที่กำลังมาแรงได้
ภารกิจแรกที่ต้องเร่งดำเนินการคือการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ขณะที่เบอร์แนมยืนยันว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับรายชื่อคณะรัฐมนตรี และขอให้ทุกฝ่ายอย่าเพิ่งให้ความสำคัญกับกระแสข่าวหรือการคาดการณ์
ขณะเดียวกัน รัฐบาลชุดใหม่เริ่มส่งสัญญาณปรับนโยบายทันที โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (20 ก.ค.) เบอร์แนมประกาศยกเลิกแผนจัดทำบัตรประจำตัวดิจิทัลสำหรับผู้มีงานทำทุกคน ซึ่งเดิมมีเป้าหมายใช้แก้ปัญหาการเข้าเมืองผิดกฎหมาย แต่ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากคณะกรรมาธิการร่วมของรัฐสภา
นอกจากนี้ นักลงทุนและภาคธุรกิจยังจับตาท่าทีของรัฐบาลใหม่ต่อประเด็นสำคัญ ทั้งนโยบายภาษี การใช้จ่ายภาครัฐ อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ รวมถึงแนวทางจัดการบริษัทสาธารณูปโภคที่ประสบปัญหาทางการเงิน
ด้านลูซี พาวเวลล์ รองหัวหน้าพรรคแรงงาน กล่าวว่า เบอร์แนมต้องการปรับลำดับความสำคัญของรัฐบาลใหม่ โดยมุ่งใช้ทรัพยากรและการทำงานของภาครัฐไปกับการแก้ปัญหาค่าครองชีพ พร้อมปรับแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปนัยดา ปัทมโกวิท