นายกฯ คิกออฟ ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง เติมทุนกองทุนหมู่บ้านกว่า 4.4 พันลบ. หนุนลดหนี้นอกระบบ

ข่าวเศรษฐกิจ Monday August 10, 2026 13:57 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการ ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ด้วยต้นทุนที่เหมาะสม นำไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ โดยรัฐบาลจัดสรรงบประมาณกว่า 4,452 ล้านบาท ผ่านกองทุนหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศ 79,610 กองทุน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวว่า การแก้ปัญหาปากท้องและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากเป็นภารกิจสำคัญลำดับต้นของรัฐบาล จึงต้องลดภาระค่าใช้จ่าย แก้ปัญหาหนี้สิน และเปิดทางให้ประชาชนเข้าถึงเงินทุนในระบบที่เป็นธรรม มีต้นทุนเหมาะสม ไม่ต้องพึ่งเงินกู้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงจนทำลายชีวิตครอบครัว

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการเติมเงิน แต่เป็นนโยบายสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน เงินทุนที่ลงสู่กองทุนหมู่บ้านจะช่วยให้คนมีต้นทุนประกอบอาชีพ ไม่ต้องเข้าสู่วงจรหนี้นอกระบบ ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแพง หรือเสี่ยงสูญเสียหลักประกัน ที่ดิน บ้าน และโอกาสในชีวิต

นายอนุทิน กล่าวว่า เงินกองทุนหมู่บ้านอาจเริ่มจากจุดเล็ก แต่ถ้าประชาชนใช้ถูกทาง มีวินัย และต่อยอดเป็นสินค้า บริการ หรืออาชีพที่ตลาดต้องการ ก็สามารถกลายเป็นโอกาสใหญ่ สร้างรายได้จริง และยกระดับคุณภาพชีวิตได้

ทั้งนี้ ผู้ได้รับเงินทุนต้องใช้เพื่อประกอบอาชีพ ไม่ใช่นำไปปิดภาระบริโภคทั่วไปหรือจ่ายค่างวดต่าง ๆ เพราะจะทำให้เป้าหมายของโครงการสูญเปล่า หนี้สินยังคงอยู่ และไม่เกิดรายได้ใหม่กลับเข้าครัวเรือน

นายอนุทิน กล่าวว่า หากโครงการเกิดผลสำเร็จ สร้างรายได้ กระจายเงิน และเพิ่มกำลังซื้อในพื้นที่ได้จริง รัฐบาลพร้อมพิจารณาขยายโอกาส เพิ่มวงเงิน และเพิ่มความครอบคลุม เพื่อให้กองทุนหมู่บ้านเป็นกลไกเศรษฐกิจฐานรากที่ขับเคลื่อนได้ต่อเนื่อง ไม่ใช่มาตรการชั่วคราว

ประชาชนไม่ควรถูกมองเป็นเพียงผู้รอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล หากฐานรากใช้เงินทุนได้เกิดผล มีอาชีพ มีรายได้ และขยายตลาดได้ รัฐบาลต้องมองประชาชนเป็นกำลังหลักที่ค้ำจุนและขยายเศรษฐกิจไทย นายอนุทิน กล่าว

ทั้งนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า กองทุนหมู่บ้านคือเฟืองจักรสำคัญของเศรษฐกิจ เพราะเป็นกลุ่มคนจำนวนมากที่สุดของประเทศ เมื่อชุมชนมีทุน มีการผลิต มีออเดอร์ มีการซื้อขายวัตถุดิบระหว่างหมู่บ้าน เงินจะหมุนเป็นเครือข่ายเศรษฐกิจที่สร้างทั้งรายได้และความสัมพันธ์ในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อประชาชนมีอาชีพมั่นคง รายได้ยั่งยืน และยุ่งอยู่กับการทำมาหากิน สิ่งที่ตามมาคือคุณภาพชีวิตดีขึ้น สังคมสงบขึ้น และความขัดแย้งลดลง รัฐบาลจึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำให้โครงการนี้สำเร็จเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจ สังคม และประเทศจากฐานรากอย่างแท้จริง

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ