สำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่งของออสเตรเลีย (ATSB) เปิดการสอบสวนเหตุการณ์ด้านการควบคุมการจราจรทางอากาศที่สนามบินซิดนีย์เป็นครั้งที่ 4 ในรอบไม่ถึงเดือน หลังเครื่องบิน 2 ลำได้รับคำสั่งให้เคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณจุดตัดเดียวกันบนภาคพื้นสนามบิน
เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันอังคาร (18 ส.ค.) โดยเครื่องบินแอร์บัส A321 (Airbus A321) ของสายการบินควอนตัส (Qantas) ซึ่งกำลังเตรียมเดินทางไปโกลด์โคสต์ ต้องเบรกเพื่อหลีกเลี่ยงการชนกับเครื่องบินโบอิ้ง 737 (Boeing 737) ของสายการบินควอนตัสอีกลำที่เดินทางมาจากเมลเบิร์น
ATSB ระบุว่า เครื่องบินโบอิ้ง 737 ได้รับอนุญาตให้เคลื่อนตัวไปตามทางขับซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับที่เครื่องบินแอร์บัส A321 ได้รับอนุญาตให้เลี้ยวเข้าไป อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้มีความเสี่ยงที่จะเกิดการชนกันในทันที
ATSB จึงเปิดการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุและตรวจสอบว่า เหตุการณ์ครั้งล่าสุดมีปัจจัยใดที่เกี่ยวข้องร่วมกันกับเหตุการณ์อีก 3 ครั้งที่เกิดขึ้นที่สนามบินแห่งนี้ในช่วงเดือนที่ผ่านมาหรือไม่ โดยคาดว่าจะเผยแพร่รายงานเบื้องต้นภายใน 6-8 สัปดาห์
การสอบสวนจะครอบคลุมการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศและนักบินที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนตรวจสอบข้อมูลบันทึกต่าง ๆ และรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 ก.ค. เครื่องบินของสายการบินควอนตัส 2 ลำหวิดชนกัน หลังเครื่องบิน QantasLink Dash 8 ที่เพิ่งลงจอด และเครื่องบินโบอิ้ง 737 ของควอนตัสที่ได้รับอนุญาตให้ข้ามรันเวย์เดียวกัน เคลื่อนตัวเข้ามาในจุดเสี่ยงชน โดยเครื่องบินโบอิ้ง 737 สามารถหยุดได้ แต่เลยจุดหยุดรอ (Holding Point) ก่อนเข้าสู่ทางวิ่งไปแล้ว
ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ส.ค. เครื่องบินแอร์บัส A320 ของสายการบินเจ็ตสตาร์ (Jetstar) ต้องเบรกกะทันหันบนทางขับ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนกับเครื่องบินโบอิ้ง 777 ของกาตาร์ แอร์เวย์ส (Qatar Airways) ส่งผลให้ลูกเรือห้องโดยสารได้รับบาดเจ็บ 1 คน
ในวันเดียวกัน เครื่องบินโบอิ้ง 737 ของเวอร์จิน ออสเตรเลีย (Virgin Australia) ซึ่งได้รับอนุญาตให้วิ่งขึ้น พบเครื่องบินของควอนตัสกำลังข้ามรันเวย์อยู่ด้านหน้า จึงหยุดเครื่องบินได้ก่อนจะถึงอีกลำประมาณ 1 กิโลเมตร ขณะที่เครื่องบินของควอนตัสก็ได้รับอนุญาตให้ข้ามรันเวย์เช่นกัน
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต