บริษัทจีน-ฮ่องกงหลายสิบแห่งโดนหางเลข หลังสหรัฐฯ คว่ำบาตรอิหร่านวงกว้าง

ข่าวต่างประเทศ Tuesday August 25, 2026 15:56 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

บริษัทจีนและฮ่องกงมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่ออิหร่าน มุ่งเป้าไปที่ 5 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นภาคอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้อิหร่านใช้พยุงเศรษฐกิจของตนเอง

โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 24 ส.ค. กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เปิดเผยมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ที่พุ่งเป้าไปยังบุคคลและนิติบุคคลหลายสิบราย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธการที่ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ นิยามว่าเป็น ปฏิบัติการขับออกนอกระบบเศรษฐกิจ (Operation Economic Outcast) เพื่อตัดเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินที่เหลืออยู่ทั้งหมดของอิหร่าน พร้อมกับส่งคำเตือนไปยังจีนและทุกประเทศว่า อาจเผชิญความเสี่ยงที่จะถูกสหรัฐฯ ใช้มาตรการคว่ำบาตรขั้นทุติยภูมิ (secondary sanctions) หากยังคงทำธุรกิจกับอิหร่าน

เป้าหมายหลักของการลงโทษในครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่เครือข่ายการจัดซื้อจัดจ้างเทคโนโลยี ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่บริษัท Sweet Ocean Industrial Ltd. ในฮ่องกง โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ อ้างว่า บริษัทดังกล่าวทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดหาอุปกรณ์เลเซอร์-ออปติก เพื่อส่งต่อไปยังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี Malek Ashtar ของอิหร่าน ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยที่เชื่อมโยงกับกองทัพอิหร่าน นอกจากนี้ บุคคลชาวจีน 3 ราย ได้แก่ หลี่ นา, เทียน เจี้ยนไป่ และ จาง ลี่เหมย ถูกขึ้นบัญชีฐานมีส่วนช่วยเหลือในการประสานงานการจัดซื้อจัดจ้างผ่านเครือข่ายนี้

มาตรการคว่ำบาตรยังขยายผลไปถึงอีกหลายบริษัทที่เชื่อมโยงอยู่ในห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน อาทิ Shenzhen Sweet Ocean Technology Ltd., RPT Technology Ltd., Tiany Technology Ltd. และ MT Trading and Logistics HK Ltd. ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุเพิ่มเติมว่า บริษัท DEC Photonics Ltd. ในฮ่องกง ได้ทำการโอนเงินหลายครั้งไปยังบริษัท Shenzhen Sweet Ocean โดยบริษัทแห่งนี้โฆษณาขายสินค้าประเภทเลเซอร์-ออปติกอยู่บนเว็บไซต์ของตนเอง นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังกล่าวหาบริษัทในฮ่องกงอีกหลายแห่ง ได้แก่ Feili Co., Minvur Ltd., Feisu Ltd. และ Guska Co. ว่าโอนเงินหลักหมื่นดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ Sweet Ocean และเครือข่าย เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ปลายทางในอิหร่านสามารถจัดซื้อสินค้าได้ โดยสหรัฐฯ ชี้ว่านิติบุคคลเหล่านี้หลายแห่งทำหน้าที่เป็น บริษัทบังหน้า เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินให้กับเครือข่ายอิหร่าน

การดึงเอาบริษัทที่มีฐานอยู่ในฮ่องกงเข้ามาอยู่ในบัญชีดำครั้งนี้ ถือเป็นรูปแบบเดียวกับมาตรการคว่ำบาตรในกรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยในครั้งนั้น สหรัฐฯ พุ่งเป้าไปที่องค์การที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางทางการค้าและบริษัทเดินเรือในฮ่องกง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าช่วยเคลื่อนย้ายสินค้า รวมถึงเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหว

มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดนี้ บ่งชี้ว่าสหรัฐฯ กำลังพยายามเพิ่มต้นทุนหรือความเสี่ยงในการทำธุรกิจกับอิหร่าน โดยที่ยังเลี่ยงไม่เปิดศึกชนตรง ๆ ด้วยการลงโทษธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของจีน เพราะอาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและการทูตในวงกว้าง หากทำเช่นนั้น

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ