เมื่อเวลา 10.00 น. TASCO บวก 2.38% เพิ่มขึ้น 0.40 บาท มาที่ 17.20 บาท มูลค่าการซื้อขาย 77.65 ล้านบาท จากราคาเปิด 16.90 บาท ราคาสูงสุด 17.40 บาท และราคาต่ำสุด 16.90 บาท
บล.กรุงศรี มองประเด็นการออกจากโอเปกของเวเนซุเอลาถือว่าสอดคล้องกับท่าทีของสหรัฐฯ ที่มีอิทธิพลมากขึ้นต่อเวเนซุเอลาตั้งแต่ต้นปี 69 รวมถึงพยายามผลักดันการส่งออกน้ำมันเวเนซุเอลามากขึ้น หลังเริ่มผ่อนคลายให้บริษัทในสหรัฐฯ กลับมาลงทุนในเวเนซุเอลาอีกครั้ง
เรามองบวกต่อประเด็นนี้ในภาพระยะยาว โดยในภาพใหญ่ส่งสัญญาณต่อบทบาทของโอเปกในการพยายามคุมราคาน้ำมัน แม้เวเนซุเอลาจะไม่ได้อยู่ในโควตาเพิ่ม/ลดกำลังการผลิตของโอเปก อีกทั้งลด Policy/Sanction risk ต่อน้ำมันจากเวเนซุเอลา สนับสนุนภาพระยะยาวต่อ บมจ.ทิปโก้แอสฟัลท์ [TASCO] ในด้านการจัดหาน้ำมันจากเวเนซุเอลาที่จะกลับสู่รอบปกติของธุรกิจ แม้ระยะสั้นมองการออกจากโอเปกคาดยังไม่ช่วยเพิ่ม Supply น้ำมันจากเวเนซุเอลาทันที เนื่องจากยังติดขัดปัญหาด้าน Infrastructure จากการขาดการลงทุนไปนาน และยังอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหา
ปัจจุบัน TASCO เริ่มกลับมาซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลาได้เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี โดยส่งมอบครั้งแรกปลาย ก.ค. ที่ผ่านมา ขนาด 6 แสนบาร์เรล เป็นรูปแบบ Spot contract หรือ เจรจาเป็นครั้งต่อครั้ง ยังไม่เหมือนรูปแบบเดิมที่เป็น Term contract (สัญญาระยะยาว มีปริมาณจัดซื้อแน่นอน) แต่เรามองยังเป็นเรื่องปกติในระยะแรกที่เพิ่งกลับมาติดต่อกัน และมองประเด็นข่าวดังกล่าวช่วยเพิ่มโอกาสที่จะมี Supply มากขึ้นระยะยาวขณะที่ประเมินน้ำมันจากเวเนซุเอลามี Yield การผลิตดีขึ้นเป็นระดับแถว 70% เทียบกับแหล่งอื่นที่ 50-60%
นอกจากนี้ Margin ดีขึ้น แม้โอกาสจะไม่สูงเท่ารอบอดีต เนื่องจากอำนาจต่อรองลดลง จากน้ำมันเวเนซุเอลาเป็นที่ต้องการมากขึ้น โดยรวมมองเป็น Upside ระยะกลาง-ยาวต่อกำไร ที่มีโอกาสปรับไปแถวระดับ 2-2.2 พันล้านบาท/ปี อีกทั้ง ยังมีแผนจัดหาเพิ่มในปีนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างตกลง
เรายังแนะนำ Buy หุ้น TASCO เชิงเก็งกำไร จากราคาเป้าหมายปี 70 ที่ 18.9 บาท อิง P/BV 2.0x เพื่อสะท้อนรอบธุรกิจที่ยังใช้น้ำมันจากเวเนซุเอลา (ก่อนปี พ.ศ. 2563) (ไม่รวม Supercycle ปี พ.ศ. 2558) โดยยังมีส่วนลด -1SD เพื่อสะท้อนแนวโน้มรอบปัจจุบันที่อำนาจต่อรองลดลง
โดย วรินทร ศิรินอก