CHG ส่งสัญญาณ 2H ฟื้นแรงรับ Peak Season ดันรายได้ทั้งปีโตเข้าเป้า Mid-Single Digit บุกตลาดเมียนมา-ลุยโปรเจกต์ระยอง

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday August 28, 2026 12:08 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

บมจ.โรงพยาบาลจุฬารัตน์ [CHG] ส่งสัญญาณครึ่งปีหลังสดใส รับ Peak Season ไตรมาส 3/69 พร้อมทั้งคนไข้เมียนมาฟื้นตัวหลังเปิดด่าน หนุนรายได้ทั้งปีโต Mid-single digit พร้อมเดินหน้าลงทุน 900 ลบ. ลุยเปิด CHG ระยอง ไตรมาส 3/70

พ.ญ.ชุติมา ปิ่นเจริญ รองประธานกรรมการบริหาร บมจ.โรงพยาบาลจุฬารัตน์ [CHG] เปิดเผยถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังว่า มีทิศทางที่ดีกว่าครึ่งปีแรกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในไตรมาส 3 ซึ่งถือเป็นช่วงสูงสุด (Peak Season) ของธุรกิจโรงพยาบาล เนื่องจากเข้าสู่หน้าฝนที่มีโรคระบาดเกิดขึ้นมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนไข้เด็ก แม้ในช่วงครึ่งปีแรกรายได้จะเติบโตเพียง 3.5% แต่เมื่อรวมผลงานในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าทั้งปีจะสามารถเติบโตได้ในระดับ Mid-single digit

สำหรับตลาดผู้ป่วยต่างชาติ บริษัทมองเห็นสัญญาณบวก แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในบางพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาหรับและกัมพูชาที่ลดลง แต่ในส่วนของเมียนมากลับมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังจากการเปิดด่าน ทั้งนี้ บริษัทได้ใช้โรงพยาบาลจุฬารัตน์แม่สอด เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการรับคนไข้จากเมียนมาและชาวจีนในพื้นที่ มีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นจากกลุ่มดังกล่าว

ด้านแผนการลงทุน CHG ยังคงเดินหน้าตามแผน Pipeline ที่วางไว้ โดยวางงบลงทุนไว้ประมาณ 900 ล้นบาทต่อปี ประกอบด้วย:

  1. โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 เร่งสร้างอาคารผู้ป่วยใหม่ 2 หลัง และอาคารจอดรถ คาดว่าจะทยอยเสร็จในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า
  2. โรงพยาบาลจุฬารัตน์ระยอง อินเตอร์เนชั่นแนล (CHG Rayong International) โปรเจกต์เรือธงขนาด 200 เตียง โดยจะเน้นกลุ่มลูกค้า Expat และคนไข้ระดับบน โดยสาขานี้ไม่รับสิทธิประกันสังคม เพื่อเติมเต็มช่องว่างตลาดระหว่างโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่เดิมที่มีอยู่ คาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการ (Operate) ได้ในไตรมาส 3/70

ทั้งนี้ พ.ญ.ชุติมา ได้แสดงถึงความกังวลต่อสถานการณ์การบริหารจัดการงบประมาณประกันสังคม โดยระบุว่าปัจจุบันโรงพยาบาลต้องแบกรับต้นทุนการรักษาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าตอบแทนจากประกันสังคมไม่ได้ปรับขึ้นมานานกว่า 2-3 ปี ขณะที่อัตราการใช้บริการเพิ่มสูงขึ้นถึง 7 ครั้งต่อคนต่อปี โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งที่มีค่าใช้จ่ายในการตรวจ Lab, CT Scan, MRI และยาราคาสูง ซึ่งประกันสังคมไม่ได้ครอบคลุมต้นทุนที่แท้จริงทั้งหมด ทำให้โรงพยาบาลต้องแบกรับภาระส่วนเกินนี้เอง

ขณะที่ประเด็นที่ระบบสาธารณสุขเปิดโอกาสชาวต่างชาติที่ทำงานในไทยสามารถเลือกใช้สิทธิ์ประกันสังคมมาตรา 39 ได้ ประเมินว่าอาจเป็นการสร้างต้นทุนที่เพิ่มขึ้นที่โรงพยาบาลต้องแบกรับในอนาคต โดยประเด็นดังกล่าวยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

โดย วรินทร ศิรินอก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ