ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โพสต์คลิปวิดีโอสร้างจาก AI อ้างว่า เกาะคาร์ก ศูนย์กลางพลังงานและส่งออกน้ำมันของอิหร่าน กำลัง แหลกเป็นผุยผง ทว่าไร้หลักฐานยืนยันเหตุโจมตีจริง ขณะที่สมรภูมิตะวันออกกลางระอุ หลังสหรัฐฯ เพิ่งถล่มเกาะลารัคจนอิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้ใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน
ทรัมป์โพสต์ข้อความสั้น ๆ เพียงบรรทัดเดียวบนโซเชียลมีเดียในวันอาทิตย์ (30 ส.ค.) ว่า เกาะคาร์กกำลังแหลกเป็นผุยผง!!! ประธานาธิบดี ด.จ.ท. (Kharg Island being blown to smithereens!!! President DJT) พร้อมแนบคลิปวิดีโอจำลองภาพระเบิดรุนแรง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใด ๆ เพิ่มเติม
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ใช้ซอฟต์แวร์ตรวจจับภาพดัดแปลงตรวจสอบพบว่า คลิปวิดีโอดังกล่าวมีแนวโน้มสูงมากที่จะสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI ทั้งหมด ขณะเดียวกันยังไม่มีหลักฐานใดชี้ชัดว่าศูนย์กลางพลังงานของอิหร่านถูกโจมตีจริง ด้านทำเนียบขาวและกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) รวมถึงสื่อทางการอิหร่านยังไม่ได้ออกมาชี้แจงใด ๆ
เกาะคาร์กเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่รองรับการส่งออกน้ำมันของอิหร่านสูงถึง 90% ก่อนสงครามเปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. และหากเกาะแห่งนี้ถูกถล่มจริงก็จะสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อการค้าพลังงานและซ้ำเติมเศรษฐกิจอิหร่านอย่างหนักหน่วง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายเดือนก.ค. โดยถล่มแท่นยิงจรวด 2 แท่นบนเกาะลารัค ห่างจากเกาะคาร์กไปทางตะวันออกราว 660 กิโลเมตร ส่งผลให้อิหร่านยิงขีปนาวุธข้ามแดนตอบโต้ใส่ฐานทัพสหรัฐฯ 2 แห่งในจอร์แดน
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยถึงเบื้องหลังการโจมตีเกาะลารัคว่า ตรวจพบกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) กำลังเตรียมยิงจรวดบรรจุทุ่นระเบิดทางน้ำลงสู่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์บริเวณปากอ่าวเปอร์เซีย ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงยืนยันว่า ได้ปฏิบัติการโจมตี อย่างจำกัดและแม่นยำ เพื่อกำจัด ภัยคุกคามจวนตัว จากกองกำลังวางทุ่นระเบิดของ IRGC
สถานีโทรทัศน์ทางการจอร์แดนระบุว่า กองทัพจอร์แดนยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้ 8 ลูกในน่านฟ้า ขณะที่สื่อทางการอิหร่านอ้างแถลงการณ์ของ IRGC ว่า ปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ ทำให้ทหารและพลเรือนเสียชีวิตรวมถึงบาดเจ็บหลายราย พร้อมประกาศลั่นว่าจะ ตอบโต้และลงโทษ สหรัฐฯ อย่างสาสม
สถานการณ์ตึงเครียดส่งผลให้เรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดเหลือเพียงวันละ 5 ลำในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านั้น เนื่องจากเรือบางลำปิดระบบระบุตำแหน่งอัตโนมัติ (AIS) เพื่อเลี่ยงการตกเป็นเป้าโจมตี
แม้ทรัมป์จะยืนกรานซ้ำ ๆ ว่าเก็บกู้ทุ่นระเบิดในน่านน้ำสากลหมดแล้วและช่องแคบฮอร์มุซเปิดใช้งานตามปกติ พร้อมขู่ทำลายเรือทุกลำที่คิดวางระเบิดใหม่ แต่กองทัพเรือ IRGC โต้กลับว่าเป็น เรื่องโกหกคำโต และย้ำชัดว่าช่องแคบยังคงปิดตายสำหรับเรือที่ไม่ได้รับอนุญาตจากอิหร่าน
ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซเคยเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เกือบ 1 ใน 5 ของโลก ก่อนเผชิญการปิดล้อมตลอด 6 เดือนของสงคราม โดยอิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC)
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข