ศาลกลางกรุงโซล (Seoul Central District Court) พิพากษาจำคุก ฮัน ฮักจา ผู้นำโบสถ์แห่งความสามัคคี (Unification Church) เป็นเวลา 2 ปี ซึ่งน้อยกว่าโทษ 13 ปีที่อัยการเสนอ จากความผิดฐานติดสินบน คิม กอนฮี อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเกาหลีใต้ ด้วยสินค้าแบรนด์เนมหรู เพื่อแลกกับผลประโยชน์ในสมัยที่ ยุน ซอกยอล สามีของคิมดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
ฮัน วัย 83 ปี เดินทางไปรับฟังคำพิพากษาในวันนี้ (31 ส.ค.) บนรถเข็น โดยสวมชุดคนไข้และหน้ากากอนามัย ท่ามกลางผู้ติดตามจำนวนมาก ซึ่งหลังฟังคำตัดสิน ศาลอนุญาตให้เธอเดินทางกลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้จนถึงวันพุธนี้ (2 ก.ย.) เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ ทั้งโรคหัวใจ อาการเจ็บป่วยจากการหกล้ม และการรักษาโรคต้อหิน
ด้านโบสถ์แห่งความสามัคคีออกแถลงการณ์หลังรับทราบคำพิพากษาว่า ทางโบสถ์ไม่ยอมรับคำตัดสินของศาล และยืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์
ทั้งนี้ ฮัน เป็นที่เคารพของบรรดาสาวกอย่างมาก โดยเธอขึ้นมากุมอำนาจบริหารโบสถ์เต็มตัวหลังจาก มุน ซอน-มยอง ผู้เป็นสามี เสียชีวิตในปี 2555 ก่อนที่เธอจะถูกจับกุมในเดือน ก.ย. 2568 ซึ่งนอกจากคดีสินบนดังกล่าวแล้ว เธอยังถูกดำเนินคดีกรณีสนับสนุนเงินทุนผิดกฎหมายแก่ ควอน ซองดง อดีตสมาชิกรัฐสภาคนดัง ซึ่งกำลังรับโทษจำคุกในข้อหารับสินบนเช่นกัน
การจับกุมฮันส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโบสถ์ที่อ้างว่ามีสาวกราว 10 ล้านคนทั่วโลก โดยนับตั้งแต่ถูกจับกุม เธอต้องเดินทางเข้าออกระหว่างเรือนจำและโรงพยาบาลหลายครั้งเพื่อรักษาตัว
สำหรับโบสถ์แห่งความสามัคคี ก่อตั้งขึ้นในปี 2497 โดย มุน ซอน-มยอง และเผชิญข้อถกเถียงมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับคำสอนที่ยกย่องมุนว่าเป็นพระเยซูคริสต์กลับชาติมาเกิด นอกจากนี้ องค์กรยังตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความสัมพันธ์ทางการเมืองในเกาหลีใต้ และการถือครองธุรกิจสำคัญจำนวนมาก ทั้งสื่อ การศึกษา และการจัดจำหน่ายอาหาร
ขณะเดียวกัน โบสถ์แห่งความสามัคคียังถูกจับตาอย่างหนักในญี่ปุ่น นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ เมื่อปี 2565 ซึ่งมือปืนผู้ก่อเหตุระบุว่า โบสถ์แห่งนี้เป็นต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวของเขาต้องล้มละลายทางการเงิน
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/ปนัยดา ปัทมโกวิท