นายกฯ รับโจทย์ 5 จว.ใต้ ชงข้อเสนอเข้า ครม. ดันแก้ปัญหาตรงจุด

ข่าวทั่วไป Monday August 31, 2026 18:01 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี ใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และภัยพิบัติ เพื่อรับฟังปัญหาจากพื้นที่โดยตรงและนำไปสู่การกำหนดแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญ คือ การพัฒนาจะต้องตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของประชาชน และสอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ดังนั้น การนำเสนอและการหารือในวันนี้ ขอให้มุ่งเน้นการระบุปัญหาให้มีความชัดเจน เสนอแนวทางแก้ไขที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง รวมทั้งพิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบายที่มีความจำเป็น โดยครอบคลุมทั้งมาตรการระยะเร่งด่วน และการวางรากฐานเพื่อการพัฒนาในระยะยาว

ทั้งนี้ ขอให้รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาข้อเสนอจากพื้นที่อย่างรอบด้าน เรื่องใดที่สามารถดำเนินการได้ ขอให้เร่งดำเนินการ เรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ขอให้บูรณาการการทำงานร่วมกัน ลดข้อจำกัดและขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ตลอดจนกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนให้มีความชัดเจน เพื่อให้ข้อเสนอจากพื้นที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติ และเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อประชาชน

สำหรับประเด็นสำคัญที่ได้จากการหารือในวันนี้ รัฐบาลจะนำไปประกอบการพิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ เพื่อให้ปัญหาและความต้องการของพื้นที่เข้าสู่กระบวนการตัดสินใจของรัฐบาล และผลักดันเรื่องที่มีความพร้อมให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยเร็ว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันระดมความคิดเห็น สะท้อนสภาพปัญหา อุปสรรค ตลอดจนข้อเสนอจากพื้นที่ ก่อนนำมาหารือร่วมกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และวันนี้เป็นการนำผลจากกระบวนการดังกล่าวมาเสนอในที่ประชุม เพื่อร่วมกันพิจารณาและให้ข้อคิดเห็นใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านความมั่นคง และด้านภัยพิบัติ

โดยข้อเสนอจากการ Workshop ครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่

1. ด้านเศรษฐกิจ การส่งเสริมการท่องเที่ยว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและโลจิสติกส์ การวางผังเมือง และการส่งเสริมการลงทุนและการค้าชายแดน

2.ด้านสังคม การแก้ปัญหาความแออัดของบริการสาธารณสุข การรองรับสังคมสูงวัย การดูแลสุขภาพจิต การพัฒนาทักษะแรงงาน ที่อยู่อาศัย และปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา

3.ด้านความมั่นคง ความมั่นคงชายแดน ความมั่นคงภายใน การดูแลพื้นที่ชายแดน การปรับเปลี่ยนแนวคิดการแก้ปัญหา การข่าว ความปลอดภัย เยาวชน ความร่วมมือระหว่างประเทศและ

4.ด้านภัยพิบัติ การบริหารจัดการน้ำ ทรัพยากร เครื่องมือ อุปกรณ์และบุคลากร การพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยและรวบรวมระบบข้อมูล และการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ

มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ทุกหน่วยประสานงาน บูรณาการข้อมูลร่วมกัน ขอให้มีความรอบคอบ ดำเนินการทุกอย่างด้วยประสิทธิภาพนายอนุทิน กล่าว

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำกลางที่ประชุมถึงความตั้งใจในการรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากพื้นที่โดยตรง เพื่อนำมาวางแนวทางแก้ไขได้ตรงจุด โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเรื่องที่ทำได้ทันที ส่วนโครงการที่ต้องบูรณาการร่วมกันหรือขอการสนับสนุนจากภาครัฐ ให้เร่งนำเสนอเพื่อผลักดันไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อประชาชนโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ รัฐบาลได้นำบทเรียนในทุกด้านมาปรับใช้เพื่อวางมาตรการแบ่งเบาภาระและเยียวยาประชาชน ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีความห่วงใยและได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งมั่นใช้ทุกกลไกในการขับเคลื่อนทุกมิติ เพื่อนำพาพื้นที่ไปสู่การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืน

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ