ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (31 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น และผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ดำเนินนโยบายคุมเข้มทางการเงิน
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 53,185.90 จุด ลดลง 374.09 จุด หรือ -0.70%
- ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,686.14 จุด ลดลง 25.62 จุด หรือ -0.33%
- ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,370.89 จุด ลดลง 31.53 จุด หรือ -0.12%
ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] และน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 2.5% หลังจากกองทัพสหรัฐฯ โจมตีแท่นยิงจรวดของอิหร่านบนเกาะลารัค ซึ่งเป็นการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนก.ค. ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ ในจอร์แดน
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่าจะตอบโต้อิหร่าน หลังจากที่อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน พร้อมกับขู่ว่าจะทำลายเกาะคาร์กให้ย่อยยับ โดยเกาะคาร์กเป็นสถานีส่งออกน้ำมันที่สำคัญของอิหร่าน
การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นด้วย อีกทั้งยังทำให้ตลาดวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด
ขณะเดียวกัน นักลงทุนมองว่าถ้อยแถลงล่าสุดของเควิน วอร์ช ประธานเฟด เป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยวอร์ชได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอเมิงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (28 ส.ค.) ว่า เราต้องมั่นใจว่าเงินเฟ้อพื้นฐานกำลังเคลื่อนตัวสู่เป้าหมายของเราอย่างชัดเจนและด้วยความเร็วที่เพียงพอ หากไม่เป็นเช่นนั้น เราก็ยังมีงานที่ต้องทำ
นักวิเคราะห์จาก Chase Investment Counsel ในรัฐเวอร์จิเนีย กล่าวว่า นอกเหนือจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางแล้ว ถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช ในการประชุมที่แจ็กสัน โฮล ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ขณะเดียวกัน เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่ถึงวันหยุดเนื่องในวันแรงงานของสหรัฐฯ นักลงทุนจำนวนหนึ่งก็เริ่มปลีกตัวออกนอกตลาด ซึ่งส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายค่อนข้างซบเซา
หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารร่วงลง 1.63% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวลง 1.18% ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยพุ่งขึ้น 2.1% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีบวก 0.3%
สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน โดยหุ้น Halliburton และหุ้น Valero Energy ต่างก็ปรับตัวขึ้น 1.9%
หุ้น Amazon ร่วงลง 2.5% หลังจากคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหรัฐฯ (FTC) และ 22 รัฐของสหรัฐฯ ได้ร่วมกันยื่นฟ้อง Amazon โดยกล่าวหาว่าบริษัทใช้แนวทางปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมในการประมูลราคาโฆษณาดิจิทัล
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนส.ค.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ (4 ก.ย.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 58,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. หลังจากลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.1% ในเดือนส.ค.
โดย รัตนา พงศ์ทวิช