ก.ล.ต. ฟัน 4 รายร่วมปั่นหุ้น TPL ดันราคาวันแรกเทรด สั่งปรับแพ่งกว่า 20 ลบ.

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday September 1, 2026 17:20 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 4 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น บมจ.ไทยพาร์เซิล [TPL] โดยเรียกให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 20,293,332 บาท พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร

ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2566 และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ในวันที่ 30 มิถุนายน 2566 ซึ่งเป็นวันแรกที่หุ้น TPL ได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้กระทำความผิด 4 ราย ได้แก่

  1. นางสาวอรอร อัครเศรณี
  2. นายภควันต์ วงษ์โอภาสี
  3. นางสาวอริสษา สิงห์ซอม
  4. นางสาวกัญจนารัศม์ วงศ์พันธุ์

ซึ่งมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน ในด้านความสัมพันธ์ส่วนบุคคลและความสัมพันธ์ด้านธุรกิจ ได้ร่วมกันโดยแบ่งหน้าที่กันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น TPL

ทั้งนี้ ผู้กระทำความผิดทั้ง 4 ราย มีพฤติกรรมส่งคำสั่งเสนอซื้อหุ้น TPL ในราคาสูงและปริมาณมากในช่วงก่อนเปิดตลาดทำให้ราคาหุ้น TPL เปิดตลาดสูงกว่าราคา IPO ส่งคำสั่งเคาะซื้อผลักดันราคาและจับคู่ซื้อขายระหว่างกันในช่วงระหว่างวันเพื่อกระตุ้นให้ผู้ลงทุนอื่นซื้อขายตาม ครองคำเสนอซื้อหลายระดับราคาเพื่อไม่ให้ราคาปรับตัวลดลง รวมทั้งขัดขวางผู้ลงทุนรายอื่น ทำให้ผู้ลงทุนรายอื่นต้องส่งคำสั่งซื้อในราคาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาหุ้น TPL ปรับตัวสูงขึ้น อันเป็นการทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหุ้น TPL และทำให้ราคาหุ้นหรือปริมาณการซื้อหรือขายหุ้น TPL ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด

การกระทำของกลุ่มผู้กระทำความผิดจำนวน 4 รายข้างต้น เป็นความผิดฐานร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ตามมาตรา 244/3 (1) (2) ประกอบมาตรา 244/5 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน

คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับ* กับผู้กระทำความผิดทั้ง 4 รายดังกล่าว โดยกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ดังนี้

  1. ให้นางสาวอรอร ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 18,535,833 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 11 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 22 เดือน
  2. ให้นายภควันต์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 585,833 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 8 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 16 เดือน
  3. ให้นางสาวอริสษา และนางสาวกัญจนารัศม์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้นคนละ 585,833 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลาคนละ 6 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลาคนละ 12 เดือน

มาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ได้แก่ การกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าวข้างต้น จะมีผลตามที่ระบุในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราที่อัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติโดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่ ค.ม.พ. กำหนด

ทั้งนี้ เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิดเป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลัง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ