โควิด-19 ยังพบผู้ป่วยต่อเนื่อง แต่ไม่รุนแรง ยันระบบสาธารณสุขมีความพร้อม แนะกลุ่มเสี่ยงการ์ดอย่าตก

ข่าวทั่วไป Tuesday September 1, 2026 17:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

กรมควบคุมโรคเ ผยสถานการณ์โควิด-19 ในไทยยังพบผู้ป่วยต่อเนื่องตามแนวโน้มของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจตามฤดูกาล 8 เดือน พบผู้ป่วยสะสมแล้ว 9.9 แสนราย ย้ำระบบสาธารณสุขมีความพร้อม แนะประชาชนรู้เท่าทันโรคและการเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์ ซึ่งปัจจุบันสายพันธุ์หลักที่เฝ้าระวังและพบในประเทศไทยยังอยู่ในกลุ่มโอมิครอน โดยยังไม่พบหลักฐานว่าทำให้เกิดอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น

พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ ร่วมกับ นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ โฆษกกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อัปเดตสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทยว่า ยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจตามฤดูกาล ขณะเดียวกัน โรคทางเดินหายใจอื่น เช่น ไข้หวัดใหญ่ และ RSV ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน จึงควรให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจโดยรวม

*แจงสายพันธุ์หลัก NB.1.8.1 อาการไม่รุนแรง อย่าตื่นตระหนก

สำหรับสายพันธุ์โควิด-19 ปัจจุบัน จากการติดตามการเปลี่ยนแปลง พบว่า สายพันธุ์หลักที่เฝ้าระวังในประเทศไทยขณะนี้คือ โอมิครอนสายพันธุ์ NB.1.8.1 จำนวน 524 ราย (50.14%) ซึ่งพบต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 68 และยังไม่พบหลักฐานว่าทำให้เกิดโรครุนแรงเพิ่มขึ้น

โดยข้อมูลการเฝ้าระวังระบุว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป ดังนั้น การพบสายพันธุ์ย่อยหรือการเปลี่ยนแปลงของเชื้อไม่ได้หมายความว่าโรคจะรุนแรงขึ้นเสมอไป ประชาชนจึงไม่จำเป็นต้องกังวลกับชื่อสายพันธุ์ แต่ควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขที่เชื่อถือได้

*โควิด-19 ยอดป่วยสะสมเฉียด 1 แสนราย พบเด็กเล็กครองแชมป์

ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ส.ค. 69 พบว่า

ผู้ป่วยสะสม 99,691 ราย

เสียชีวิตแล้ว 15 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตาย 0.02%

พบผู้ป่วยในทุกช่วงอายุ แต่อัตราป่วยสูงสุดเป็นกลุ่มเด็กอายุ 0-4 ปี รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 30-39 ปี และอายุ 20-29 ปี ตามลำดับ

*แนะสังเกตอาการ-แนวทางปฏิบัติตนเมื่อป่วย

สำหรับอาการของโควิด-19 ที่พบในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย และอ่อนเพลีย ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโรคติดเชื้อทางเดินหายใจทั่วไป

โดยหากมีอาการป่วย ควรพักผ่อนให้เพียงพอ สังเกตอาการของตนเอง และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก (โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ที่พบว่ามีอัตราการป่วยสูงสุด) ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก

ทั้งนี้ หากจำเป็นต้องออกจากบ้านหรืออยู่ร่วมกับผู้อื่น ควรสวมหน้ากาก ล้างมือบ่อย ๆ หากอาการป่วยไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน ผู้ป่วยควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างเหมาะสม

*ย้ำกลุ่มเสี่ยง 608 การ์ดอย่าตก คุมเข้มมาตรการ DMH

แม้โควิด-19 ในปัจจุบันผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง แต่กลุ่ม 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง (โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน) ยังคงเป็นกลุ่มที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงมากกว่าประชาชนทั่วไป

โดยกลุ่มเสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงที่มีคนแออัดหรืออากาศ ไม่ถ่ายเท ควรปฏิบัติตามมาตรการ DMH อย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นมาตรการพื้นฐานในการป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ได้แก่

D (Distancing): เว้นระยะห่าง ระหว่างบุคคลอื่นเพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อ

M (Mask Wearing): สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าอย่างถูกต้องเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ

H (Hands Washing): ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์

กรมควบคุมโรค ขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกกับการเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์ แต่ให้เน้นการป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นช่วงที่โรคระบบทางเดินหายใจสามารถแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น

โดยแนะนำให้ยึดหลัก ป่วยพัก ลดใกล้ชิด หากมีอาการป่วยควรพักและลดการใกล้ชิดผู้อื่น สวมหน้ากากเมื่อมีอาการหรืออยู่ในสถานที่แออัด และดูแลสุขภาพให้แข็งแรง หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก ซึมลง หรืออาการทรุดลง ควรรีบพบแพทย์ทันที

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ