เจ้าหน้าที่กองทัพเยอรมนีเปิดเผยวันนี้ (2 ก.ย.) ว่า เยอรมนียิงทดสอบขีปนาวุธ LORA ของบริษัท Israel Aerospace Industries ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือเมื่อคืนที่ผ่านมาได้สำเร็จ ท่ามกลางการเร่งจัดหาอาวุธพิสัยไกลของชาติตะวันตก เพื่อรับมือภัยคุกคามจากรัสเซียที่เพิ่มขึ้น
การทดสอบดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังรัฐบาลเยอรมนีกล่าวหารัสเซียว่าอยู่เบื้องหลังความพยายามส่งโดรนโจมตีสนามบินไลป์ซิก/ฮัลเลอ (Leipzig/Halle Airport) เมื่อเดือนที่แล้ว พร้อมสั่งยกระดับมาตรการตอบโต้
กระทรวงกลาโหมเยอรมนีระบุว่า ปัจจุบันเยอรมนียังไม่มีขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic Missile) ประจำการในกองทัพ โดย LORA สามารถทำความเร็วได้สูงกว่าขีปนาวุธร่อนในคลังแสง และมีพิสัยทำการสูงสุดราว 500 กิโลเมตร
พลเรือโท ยัน คริสทีอัน คาค ผู้บัญชาการกองทัพเรือเยอรมนี แถลงว่า หน่วยของเราสามารถนำระบบนี้ไปใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีระยะยิงไกลกว่าสิ่งที่เราเคยมีมาทั้งหมด การทดสอบครั้งนี้ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการป้องปรามและความพร้อมด้านการป้องกันทางทะเล เพื่อปกป้องเยอรมนีและพันธมิตร
ขณะเดียวกัน เยอรมนีกำลังพัฒนาขีปนาวุธร่อน Taurus รุ่นปรับปรุงใหม่ หรือ Taurus NEO ซึ่งเป็นอาวุธพิสัยทำการหลายร้อยกิโลเมตรเพียงชนิดเดียวที่เยอรมนีมีอยู่ในปัจจุบัน โดยมีกำหนดเริ่มการผลิตในปี 2572
เอกสารงบประมาณของรัฐบาลเยอรมนีระบุว่า Taurus NEO จะมีพิสัยทำการเพิ่มขึ้น พร้อมยกระดับระบบป้องกันสัญญาณรบกวน รวมถึงพัฒนาระบบนำทางและหัวตรวจจับค้นหาเป้าหมาย
ปัจจุบันกองทัพเยอรมนีมีขีปนาวุธ Taurus ราว 600 ลูก ซึ่งมีพิสัยทำการอย่างเป็นทางการมากกว่า 500 กิโลเมตร ซึ่งรองรับการติดตั้งกับเครื่องบินรบ เช่น Tornado (ของเยอรมนี) รวมถึง F-15 และ F-18 (ของชาติพันธมิตร) โดยออกแบบมาเพื่อโจมตีเป้าหมายหลังแนวรบ เช่น บังเกอร์ศูนย์บัญชาการ คลังอาวุธ คลังเชื้อเพลิง ฐานทัพอากาศ และสะพาน
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต