อูเบอร์ เทคโนโลยีส์ (Uber Technologies) ประกาศปลดพนักงานราว 3,300 คน หรือคิดเป็น 10% ของพนักงานทั้งหมด ในวันพุธ (2 ก.ย.) ถือเป็นการเลิกจ้างครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 เพื่อปรับตัวรับมือคลื่นรถยนต์แท็กซี่ไร้คนขับ (Robotaxi) ที่กำลังรุกคืบกินส่วนแบ่งธุรกิจเรียกรถ
ดารา โคสโรวชาฮี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของอูเบอร์ ส่งบันทึกถึงพนักงานว่า บริษัทจำเป็นต้องลดระดับชั้นการบังคับบัญชา เพื่อสะสางโครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อนเกินไปหลังผ่านช่วงเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคขัดขวางความคล่องตัวในการตัดสินใจ
องค์กรที่กะทัดรัดขึ้นจะสร้างความเป็นเจ้าของงานและความรับผิดชอบที่ชัดเจน ตัดสินใจได้ฉับไว และมีเวลาทุ่มเทกับการลงมือสร้างสิ่งใหม่มากกว่ามัวแต่ประสานงานกัน ทั้งยังช่วยประหยัดต้นทุนเพื่อนำเงินไปต่อยอดการเติบโต นวัตกรรม และขีดความสามารถสำคัญในอนาคต โคสโรวชาฮี ระบุ
ในการปรับทัพครั้งนี้ อูเบอร์วางมาตรการปรับโครงสร้างภายในอย่างเข้มข้น ด้วยการลดจำนวนพนักงานที่อยู่ต่ำกว่าซีอีโอ 7 ชั้นหรือมากกว่านั้นลง 20% และลดจำนวนทีมที่มีผู้ใต้บังคับบัญชาสายตรงเพียง 1-2 คนลงเกือบครึ่งหนึ่ง ทั้งยังควบรวมหลายสายงานเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ อูเบอร์ได้กำหนดนโยบายให้บุคลากรส่วนใหญ่กลับเข้าปฏิบัติงาน ณ สำนักงานศูนย์กลางหลัก ตลอดจนจำกัดการทำงานจากที่บ้านเต็มเวลาเหลือเพียงราว 1% ของพนักงานทั้งหมด และบังคับให้เข้าออฟฟิศอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะรอยร้าวระหว่างอูเบอร์กับเวย์โม (Waymo) ผู้ให้บริการโรโบแท็กซี่เบอร์หนึ่งของสหรัฐฯ ซึ่งแม้ปัจจุบันจะนำรถมาให้บริการผ่านแอปอูเบอร์ในเมืองออสตินและแอตแลนตา แต่เวย์โมก็เตรียมเปิดให้บริการผ่านแอปของตัวเองและเดินหน้าขยายตลาดใหม่อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน คู่แข่งอย่างเทสลา (Tesla) ก็เร่งเครื่องลุยธุรกิจโรโบแท็กซี่อย่างหนัก จนเกิดความกังวลว่าทัพรถยนต์ไร้คนขับอาจเข้ามาฮุบบทบาทตัวกลางเชื่อมระหว่างผู้โดยสารกับยานพาหนะ ซึ่งเป็นขุมทรัพย์รายได้หลักของอูเบอร์ เพราะหากในอนาคตผู้โดยสารสามารถเปิดแอปของค่ายรถเพื่อเรียกรถยนต์ไร้คนขับได้เอง ก็แทบไม่มีความจำเป็นต้องใช้แอปอูเบอร์อีกต่อไป
เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำตลาด อูเบอร์เตรียมอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า เข้าสนับสนุนพันธมิตรผู้พัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติ พร้อมวางตำแหน่งตัวเองเป็นแพลตฟอร์มตลาดกลางสำหรับบริการรถยนต์ไร้คนขับ
อดัม บัลแลนไทน์ นักวิเคราะห์จาก Cambiar Investors ผู้ถือหุ้นของอูเบอร์ ชี้ว่า เมื่อเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับและเครือข่ายพันธมิตรเติบโตขึ้น รูปแบบบุคลากรที่องค์กรต้องการก็เปลี่ยนไป ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาโครงสร้างแบบเดิมที่สร้างขึ้นรอบคนขับมนุษย์ ซึ่งพ่วงมาด้วยต้นทุนในการให้บริการและระดับชั้นการบริหารที่ซับซ้อน
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การเลิกจ้างครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดของอูเบอร์ นับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่โควิด-19 ระบาดจนความต้องการเดินทางทรุดฮวบ ทำให้บริษัทต้องปลดพนักงานไปถึง 6,700 คน หรือเกือบ 1 ใน 4
ทั้งนี้ รายงานประจำปีของอูเบอร์ระบุว่า ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีพนักงานทั่วโลกประมาณ 34,000 คน
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข