นางขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย [KBANK] กล่าวว่า การบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อของกลุ่มลูกค้าต่างๆของธนาคารนั้นปัจจุบันธนาคารได้ปรับลดสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อลูกค้ากลุ่มเอสเอ็มอีลงมาอยู่ที่สัดส่วน 20-24% จากเดิม 30-36% เพื่อให้มีความสมดุลกับกลุ่มลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ โดยที่ผ่านมาธนาคารระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใน 2 กลุ่มนี้เพื่อควบคุมคุณภาพของพอร์ต
ขณะเดียวกัน ธนาคารอยู่ระหว่างทดสอบระบบ Credit Scoring ใหม่ เพื่อคัดกรองลูกค้าโดยแยกความสามารถในการชำระหนี้ออกจากความเต็มใจในการชำระหนี้ และป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพ อย่างไรก็ตาม ธนาคารมองว่าธุรกิจเอสเอ็มอีไม่ได้ต้องการเพียงแค่เงินทุน แต่จำเป็นต้องปรับโมเดลทางธุรกิจ ทั้งในด้านเทคโนโลยี และประสิทธิภาพการผลิต เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยีน และรับกับความผันผวนของปัจจัยต่างๆได้
สำหรับภาพรวมของสินเชื่อของ KBANK ในปี 69 คาดว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 0-2% แต่ก็มีโอกาสทำได้ในกรอบบนของเป้าหมาย เนื่องจากสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เติบโตมาก โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์และรถยนต์ ซึ่งมีการขยายกำลังการผลิต และยังมีกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่มีความต้องการเงินทุน โดยเฉพาะ Data Center ซึ่งธนาคารก็มีสนับสนุนโครงการอยู่ด้วยเช่นกัน
ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมได้รับผลกระทบจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดค่าธรรมเนียม 19 รายการ แต่ธนาคารก็มีแผนบริหารจัดการและลดค่าใช้จ่ายเพื่อชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง และรักษาผลประกอบการให้เป็นไปตามเป้าหมาย และยังเดินหน้าธุรกิจ Private Banking ในรูแบบ Open Architecture ผ่านการนำเสนอกองทุนรวมที่มืความหลากหลายจากทั่วโลก
ส่วนมุมมองแนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยของไทย นางสาวขัตติยา มองว่า ยังไม่เห็นสัญญาณของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงใกล้ๆ หรือในระยะสั้ย แต่ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ของสหรัฐ กับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปัจจุบันไม่ได้เคลื่อนไหวแบบ 1:1 เหมือนสมัยก่อนแล้ว ปัจจัยดังกล่าวธนาคารมองว่าต้นทุนทางการเงินของธนาคารและลูกค้าในปัจจุบันยังไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
ด้านธุรกิจของ KBANK ในต่างประเทศ ในอินโดนีเซียและเวียดนาม ธนาคารจะปรับกลยุทธ์การมุ่งเน้นมาเป็นการสนับสนุนลูกค้าไทยที่ขยายธุรกิจไปต่างประเทศเป็นลำดับแรก จากเดิมที่เน้นลูกค้าท้องถิ่นก่อน พร้อมกับเพิ่มความระมัดระวังในการบริหารความเสี่ยง โดยธนาคารพยายามช่วยให้ลูกค้าที่มาจากประเทศไทยประเมินทั้งโอกาสและความเสี่ยงของการเข้าไปดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศ
และในส่วนของการปล่อยสินเชื่อให้แก่บริษัทท้องถิ่นในประเทศที่ธนาคารมีการทำธุรกิจอยู่ ธนาคารจะพิจารณาอย่างรอบคอบ ระมัดระวัง และต้องมีความมั่นใจในความปลอดภัยของการลงทุน ซึ่งส่งผลต่อการพิจารณาสินเชื่อ
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล