ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) หลังจากร่วงลง 3 วันติดต่อกัน โดยตลาดได้แรงหนุนจากความกังวลที่ลดลงเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยหลังแรงขายในตลาดพันธบัตรทั่วโลกเริ่มชะลอตัว ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 649.10 จุด เพิ่มขึ้น 3.19 จุด หรือ +0.49%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,286.40 จุด เพิ่มขึ้น 5.77 จุด หรือ +0.07%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,003.32 จุด เพิ่มขึ้น 163.99 จุด หรือ +0.63%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,831.52 จุด เพิ่มขึ้น 75.07 จุด หรือ +0.70%
ก่อนหน้านี้ ตลาดหุ้นยุโรปเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์สงครามอิหร่านที่ทวีความรุนแรง ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง หนี้รัฐบาลที่เพิ่มขึ้น และแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น
ยุโรปมีความเสี่ยงต่อราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นพิเศษ เนื่องจากภูมิภาคพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน ขณะที่ราคาน้ำมันในวันพฤหัสบดีปรับตัวลงเล็กน้อย แต่ยังอยู่เหนือระดับ 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในยูโรโซนลดลงจากระดับสูงสุดในรอบหลายปี
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดพบว่า การเติบโตของภาคบริการ ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจหลักของยูโรโซน ชะลอลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนในเดือนส.ค. อย่างไรก็ตาม ความต้องการที่ยังแข็งแกร่งและกระจายตัวในหลายภาคส่วนช่วยให้กิจกรรมของภาคเอกชนโดยรวมทรงตัว
ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 2.5% ในการประชุมนโยบายสัปดาห์หน้า และจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ภายในกลางปี 2570
นักลงทุนจับตารายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในวันศุกร์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางนโยบายของเฟด หลังความเห็นที่มีท่าทีคุมเข้มของเควิน วอร์ช ประธานเฟดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ในบรรดาหุ้นรายตัว หุ้น Soitec เป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี STOXX 600 โดยพุ่ง 10.3% หลังบริษัทผู้ผลิตวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมชิปจากฝรั่งเศสปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของรายได้ในไตรมาส 2 ปี 2570 เป็น 50% เมื่อเทียบรายปี จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 30%
หุ้น WPP และ Publicis ปรับตัวขึ้น 5.6% และ 4.4% ตามลำดับ หลังมีรายงานว่า Publicis ชนะการบริหารบัญชีสื่อของ PepsiCo
หุ้นกลุ่มสินค้าหรูหราร่วง 2% และเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุดในตลาด หลังนักลงทุนระมัดระวังมากขึ้นต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม โดยหุ้น LVMH ลดลง 1.8% ขณะที่หุ้น Hermes และหุ้น Kering ซึ่งเป็นเจ้าของ Gucci ร่วงประมาณ 2% และ 3% ตามลำดับ
หุ้น Commerzbank เพิ่มขึ้น 2.3% หลังธนาคารเยอรมนีรายนี้ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งใหม่มูลค่าสูงสุด 1.2 พันล้านยูโร หรือ 1.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนหุ้น Deutsche Telekom เพิ่มขึ้น 1.1% หลัง Elliott Investment Management ซึ่งเป็นบริษัทจัดการการลงทุนของสหรัฐฯ เข้าถือหุ้นในบริษัท
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช