สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก มีมติเมื่อวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) ด้วยคะแนนเสียง 237 ต่อ 169 เสียง เห็นชอบร่างกฎหมาย Protect Economic and Academic Freedom Act ซึ่งจะระงับการให้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางแก่สถาบันอุดมศึกษาที่เข้าร่วมการคว่ำบาตรอิสราเอล
การลงมติดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางของแต่ละพรรค โดยมีสมาชิกพรรครีพับลิกันเพียง 2 รายที่ลงมติไม่เห็นชอบ ขณะที่มีสมาชิกพรรคเดโมแครต 33 ราย ข้ามฝั่งมาร่วมลงมติเห็นชอบ และหลังจากนี้ยังต้องรอการพิจารณาและอนุมัติจากวุฒิสภาจึงจะสามารถประกาศใช้เป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการ
ชนวนเหตุจากสงครามในกาซาได้สร้างความเสียหายอย่างหนักในพื้นที่ฝั่งปาเลสไตน์ นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีจนมีผู้เสียชีวิต 1,200 ราย เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 ขณะที่การตอบโต้อย่างต่อเนื่องของกองทัพอิสราเอลได้ส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วกว่า 73,000 ราย ความขัดแย้งดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสการประท้วงในรั้วมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วสหรัฐฯ ให้คว่ำบาตรอิสราเอล ส่งผลให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ที่จะระงับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลกลางแก่สถาบันเหล่านั้น
ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าการออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิให้ชาวปาเลสไตน์และคัดค้านความสูญเสียในกาซา ไม่ควรถูกนำไปเหมาเข่งหรือตีความว่าเป็นการต่อต้านชาวยิวหรือสนับสนุนกลุ่มสุดโต่ง
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์