โบรกเกอร์ชั้นนำประสานเสียงเชียร์ ซื้อ หุ้น บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) ส่งสัญญาณธุรกิจครึ่งปีหลังฟื้นตัวโดดเด่น รับอานิสงส์ยอดสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วล้นมือยาวถึงสิ้นปี แถมบริหารต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานได้เยี่ยมหนุนมาร์จิ้นพุ่ง ขณะที่ธุรกิจค้าปลีก บิ๊กซี เริ่มเห็นแสงสว่าง SSSG พลิกกลับมาเป็นบวกในเดือนสิงหาคม และได้แรงหนุนสำคัญจาก MM Mega Market เวียดนามดันยอดขายรวมโตแรง พร้อมมองราคายัง Laggard กลุ่มค้าปลีก แถมมีอัพไซด์สูง เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 19.50 บาท
ปิดภาคเช้า ราคาหุ้น BJC อยู่ที่ 16.80 บาท ลดลง 0.20 บาท (-1.18%)
นางสาวธรีทิพย์ วงษ์แสงไพบูลย์, IAA ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย มองภาพรวมธุรกิจ BJC ในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มการเติบโตโดดเด่นมากขึ้นจากธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะในส่วนของขวดแก้วที่มีออเดอร์จากลูกค้าเข้ามาเต็มทั้งปีแล้ว ประกอบกับ บริษัทสามารถส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปที่ราคาขายได้เป็นปัจจัยหนุนมาร์จิ้น
ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ในประเทศไทยเริ่มเห็นสัญญาณเป็นบวก จากอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของบิ๊กซีที่เริ่มพลิกกลับมาได้ในช่วงเดือนส.ค.ที่ผ่านมา แม้ว่าจะยังบวกเพียงเล็กน้อย แต่คาดว่าการฟื้นตัวขึ้นจะเห็นความต่อเนื่อง และอาจจะบวกก้าวกระโดดในช่วงปลายปีนี้ อีกทั้งยังมีธุรกิจ MM ของเวียดนามที่จะเข้ามาหนุนในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ทำให้เป็นปัจจัยสร้างการเติบโตของยอดขาย
ขณะที่ BJC ยังถือว่า laggard กว่าหุ้นอื่นในกลุ่ม ทำให้ยังคงมีความน่าสนใจ โดยแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 17 บาท/หุ้น
ด้านนักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส มองว่า ธุรกิจของ BJC ในภาพรวมครึ่งปีหลังนี้จะฟื้นตัวขึ้น หากดูเฉพาะในส่วนของผลการดำเนินงานที่มาจากเฉพาะตัวธุรกิจของ BJC ไม่นับรวมกับครึ่งปีแรกที่มีผลการดำเนินงานที่ก้าวกระโดดจากกำไรพิเศษจากการขายที่ดิน โดยปัจจัยหนุนครึ่งปีหลังมาจากธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มีออเดอร์เข้ามาเต็มไปจนถึงสิ้นปี 69 จากการฟื้นตัวของลูกค้ากลุ่มเครื่องดื่มทั้งแอลกอฮอล์และที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ ซึ่งมองว่าธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์น่าจะยังมีมาร์จิ้นอยู่ในระดับที่ดีจากการที่ BJC มีการล็อกราคาวัตถุดิบไว้ล่วงหน้าและการคาดหวังต้นทุนพลังงานที่ลดลงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่เริ่มฟื้นตัวขึ้น หลังจากสาขาของบิ๊กซีในประเทศไทยมี SSSG ฟื้นตัว และกลับมาเป็นบวกตั้งแต่เดือนส.ค.นี้ และเมื่อรวมกับ MM เวียดนามที่ SSSG เติบโตในระดับตัวเลข 2 หลักต่อเนื่อง ทำให้ในช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสที่จะเห็น SSSG ของ BJC ในภาพรวมบวกได้ราว 8-9% ทำให้ภาพของ BJC เริ่มกลับมาน่าสนใจจากการฟื้นตัวของผลงาน และราคาหุ้นยังค่อนข้าง laggard กว่ากลุ่ม และมีอัพไซด์พอสมควรจากราคาเป้าหมายที่ 18.90 บาท/หุ้น คงคำแนะนำ ซื้อ
บทวิเคราะห์ฯ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย BJC มาที่ 19.50 บาท และคงคำแนะนำ ซื้อ โดยที่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ช่วยหนุนแนวโน้มการเติบโต แนวโน้มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ยังคงสดใส โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้มีออเดอร์ใหม่เข้ามาเต็มจนถึงสิ้นปี ควบคู่ไปกับการล็อกต้นทุนวัตดิบการผลิตบรรจุภัณฑ์ ทำให้บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ได้
ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ได้รับอานิสงส์จากการที่มีมี MM เวียดนามเข้ามาเสริมศักยภาพ ทำให้ BJC สามารถสร้างโอกาสการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกในเวียดนาม พร้อมทั้งส่งเสริม Synergy ทางการดำเนินงาน เพิ่มอำนาจการต่อรองกับซัพพลายเออร์ และยกระดับแพลตฟอร์มการกระจายสินค้าแบบครบวงจรของกลุ่มได้ ส่วน Big C ในประเทศไทยมีทิศทางดีขึ้น โดย SSSG ในเดือนส.ค.นี้ กลับมาเป็นบวกได้ และคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง
ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทำให้ BJC ยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรในระดับที่ดี อีกทั้งหากมองในแง่ของมูลค่าหุ้นยังไม่แพง และเมื่อเทียบกับการฟื้นตัวกลับมาของธุรกิจและโอกาสในระยะยาวจากเวียดนาม ทำให้ BJC กลับมามีความน่าสนใจ
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล