ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOTข้าวสาลีปิดร่วง จากแรงขายทำกำไร-จับตาสัญญาณเจรจายุติสงครามยูเครน

ข่าวต่างประเทศ Thursday September 10, 2026 08:38 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (9 ก.ย.) สัญญาข้าวสาลีปิดร่วงลง เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังราคาปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับตลาดกำลังประเมินแนวทางทางการทูตเพื่อยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน สลับกับผลกระทบจากการส่งออกในทะเลดำที่ยังคงติดขัด

  • สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 5.75 เซนต์ หรือ -1.08% ปิดที่ 5.2775 ดอลลาร์/บุชเชล
  • สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 18.25 เซนต์ หรือ -2.44% ปิดที่ 7.2875 ดอลลาร์/บุชเชล
  • สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 6.75 เซนต์ หรือ -0.51% ปิดที่ 13.0950 ดอลลาร์/บุชเชล


ในช่วงแรกราคาข้าวสาลีดีดตัวขึ้นตามข่าวยูเครนเปิดฉากโจมตีท่าเรือของรัสเซีย จนทำให้ตลาดกลับมากังวลปัญหาการขนส่งทางเรือในทะเลดำอีกครั้ง โดยประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ระบุว่า ยูเครนได้โจมตีเป้าหมายหลายจุด รวมถึงฐานทัพเรือและท่าเทียบเรือขนถ่ายน้ำมัน ขณะที่เทรดเดอร์อ้างกระแสข่าวที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านธัญพืชที่ท่าเรือดังกล่าวได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ท่าทีของทำเนียบเครมลินที่ระบุว่า รัสเซียหวังให้การเจรจาที่มีสหรัฐฯ เป็นคนกลางกลับมาดำเนินต่อในเร็ววัน พร้อมมองว่ากรุงอาบูดาบีเป็นสถานที่ที่เหมาะสม ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาจับตาและกลายเป็นแรงกดดันต่อราคาข้าวสาลีในเวลาต่อมา

ด้านสัญญาข้าวโพดและถั่วเหลืองต่างปรับตัวลดลง หลังจากทั้งสองสัญญาพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปีเมื่อสัปดาห์ก่อน จากความกังวลเรื่องผลผลิตของสหรัฐฯ และภาวะติดขัดในทะเลดำ โดยขณะนี้ตลาดกำลังรอดูรายงานคาดการณ์อุปสงค์และอุปทานของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ในวันศุกร์นี้ (11 ก.ย.) เพื่อประเมินว่าคลื่นความร้อนและความแห้งแล้งในช่วงฤดูร้อนส่งผลกระทบต่อพืชผลในแถบมิดเวสต์มากน้อยเพียงใด

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (8 ก.ย.) USDA ประเมินว่าสภาพแปลงปลูกข้าวโพดในสหรัฐฯ ที่อยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีเยี่ยมมีสัดส่วนอยู่ที่ 56% ลดลง 1 จุดเปอร์เซ็นต์จากสัปดาห์ก่อนหน้า สอดคล้องกับการคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ขณะที่สภาพแปลงปลูกถั่วเหลืองในเกณฑ์ดีถึงดีเยี่ยมทรงตัวอยู่ที่ 58% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 1 จุดเปอร์เซ็นต์

กระนั้น สัญญาถั่วเหลืองยังคงได้รับแรงหนุนเชิงพื้นฐานจากการเข้าซื้อของจีน โดยเมื่อเช้าวันพุธ USDA รายงานว่าผู้ส่งออกสหรัฐฯ ขายถั่วเหลืองปริมาณ 340,000 ตันให้แก่จีนเพื่อส่งมอบในปีการตลาด 2569/2570 และขายอีก 100,000 ตันให้แก่ปลายทางที่ไม่เปิดเผยชื่อ

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งแรงยังช่วยจำกัดช่วงขาลงของข้าวโพดและถั่วเหลือง ซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอีกด้วย

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ