รัฐบาลไอซ์แลนด์เตรียมเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในเดือนก.พ. 2570 เพื่อสั่งห้ามล่าวาฬอย่างถาวร โดยอุตสาหกรรมล่าวาฬของไอซ์แลนด์เผชิญแรงกดดันและการประท้วงอย่างต่อเนื่องมานานหลายปี ทั้งจากองค์กรพิทักษ์สัตว์ระดับนานาชาติและดาราชื่อดังในฮอลลีวูด
เว็บไซต์รัฐบาลไอซ์แลนด์แถลงเมื่อช่วงค่ำวันพุธที่ผ่านมา (9 ก.ย.) ระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะเป็นการ สั่งห้ามการล่าวาฬอย่างถาวร โดยปัจจุบันพรรคฝ่ายรัฐบาลครองเสียงข้างมากในรัฐสภา จึงมีแนวโน้มสูงที่สภาจะเห็นชอบร่างกฎหมายนี้
ข้อมูลจากกลุ่มพิทักษ์สัตว์ Humane World for Animals ที่ติดตามสถิติการล่าวาฬระบุว่า ในฤดูกาลล่าวาฬประจำปี 2569 (ช่วงเดือนมิ.ย. ถึงปลายเดือนก.ย.) มีการล่าวาฬฟิน (Fin whale) ไปแล้ว 80 ตัว ณ วันที่ 9 ก.ย. จากโควตาสูงสุดที่รัฐบาลอนุญาตให้ล่าได้ในปีนี้ 150 ตัว
เวนดี ฮิกกินส์ โฆษกของกลุ่ม Humane World for Animals กล่าวว่า ร่างกฎหมายห้ามล่าวาฬเชิงพาณิชย์ฉบับนี้ได้รับเสียงสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากทั้งฝ่ายการเมืองและภาคประชาชน อีกทั้งยังมีเหตุผลอันหนักแน่นรองรับ ทั้งด้านจริยธรรม สวัสดิภาพสัตว์ตามหลักสัตวแพทย์ ข้อกฎหมาย ตลอดจนการอนุรักษ์ธรรมชาติ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าร่างกฎหมายนี้จะผ่านความเห็นชอบ
วาฬฟินถือเป็นเป้าหมายหลักในอุตสาหกรรมล่าวาฬของไอซ์แลนด์ โดยสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จัดสถานะของวาฬฟินให้อยู่ในกลุ่มสัตว์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ ขณะที่การผลักดันกฎหมายครั้งนี้มีขึ้นหลังจากเมื่อปี 2567 รัฐบาลรักษาการของไอซ์แลนด์ได้อนุมัติใบอนุญาตระยะเวลา 5 ปี (ครอบคลุมถึงปี 2572) ให้แก่บริษัทล่าวาฬเพียงแห่งเดียวที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ในประเทศ
ทั้งนี้ สถิติของคณะกรรมาธิการการล่าวาฬระหว่างประเทศ (IWC) ระบุว่า ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และญี่ปุ่น เป็นเพียง 3 ประเทศในโลกที่ยังคงล่าวาฬเชิงพาณิชย์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้ว่าประชาคมโลกจะมีมติระงับการล่าวาฬเชิงพาณิชย์ชั่วคราว (Commercial Whaling Moratorium) มาตั้งแต่ปี 2529 เพื่อฟื้นฟูจำนวนประชากรวาฬก็ตาม โดยนอร์เวย์กลับมาล่าวาฬเชิงพาณิชย์อีกครั้งในปี 2536 ส่วนไอซ์แลนด์กลับมาล่าในปี 2549
ส่วนญี่ปุ่นถอนตัวจากการเป็นสมาชิก IWC อย่างเป็นทางการในปี 2562 และกลับมาล่าวาฬเชิงพาณิชย์อีกครั้ง โดยจำกัดขอบเขตการล่าเฉพาะในเขตน่านน้ำอาณาเขตและเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของตนเองเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม มติของ IWC มีผลระงับเฉพาะการล่าเชิงพาณิชย์เท่านั้น โดยยังคงยกเว้นให้ชนพื้นเมืองในบางภูมิภาค เช่น กรีนแลนด์และรัฐอะแลสกาของสหรัฐฯ ล่าวาฬต่อไปได้ เพื่อยังชีพ บริโภค และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น มิใช่เพื่อการค้า
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์