ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดลบต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน กังวลน้ำมันสูง-ดอกเบี้ยขาขึ้น

ข่าวต่างประเทศ Friday September 11, 2026 06:53 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือนในวันพฤหัสบดี (10 ก.ย.) เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ขณะที่ข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาดยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,608.92 จุด ลดลง 61.14 จุด หรือ -0.57%

ดัชนี FTSE 100 ลดลงติดต่อกันเป็นวันที่ 5 และปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนก.ค. ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ซื้อขายที่ระดับสูงกว่า 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังการโจมตีเรือขนส่งสินค้าระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป ส่งผลให้ตลาดเตรียมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะชะงักงันด้านอุปทาน

หุ้นกลุ่มพลังงานช่วยลดแรงกดดันต่อตลาด โดยปรับตัวขึ้น 1% ขณะที่หุ้น Shell และ BP เพิ่มขึ้น 0.8% และ 1.4% ตามลำดับ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาคาดว่าความขัดแย้งจะยุติลงทันทีหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพ.ย. แต่คำกล่าวดังกล่าวไม่ได้ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนมากนัก

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะอุตสาหกรรมร่วงลง 4% และเป็นกลุ่มที่ฉุดดัชนีลงมากที่สุด หลังมีรายงานว่า ทำเนียบขาวยังไม่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับการเรียกเก็บภาษีนำเข้าทองแดงแปรรูป ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังประเมินความกังวลว่าราคาที่สูงขึ้นอาจทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น

หุ้นกลุ่มผู้สร้างบ้านซึ่งมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยร่วงลง 2.15% หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวขึ้นทั่วตลาด

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 20 ปีและ 30 ปีต่างแตะระดับสูงสุดในรอบ 28 ปี ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2566

HSBC ซึ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่และมีน้ำหนักสูงในดัชนี FTSE 100 ร่วงลงมากกว่า 1.3% หลังธนาคารประกาศว่า แพม เคาร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน จะลาออกจากตำแหน่งในปี 2570

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าปรับตัวลงเช่นกัน หลังราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ชุดใหม่ ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

นักลงทุนกำลังรอข้อมูลเงินเฟ้อจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ และตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอังกฤษที่จะเปิดเผยในวันศุกร์นี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยต่อไป

ข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักราว 70% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ในวันพฤหัสบดี

หุ้น Associated British Foods ร่วงลง 7.9% ซึ่งเป็นหุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี FTSE 100 หลังบริษัทคาดว่ายอดขายสาขาเดิมของ Primark ซึ่งเป็นธุรกิจแฟชั่นราคาประหยัด จะลดลงในไตรมาส 4

หุ้น THG กลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซของอังกฤษร่วงลง 12.7% หลังเตือนว่าการเติบโตของรายได้รายไตรมาสจะชะลอตัวลง เนื่องจากภาษีนำเข้าสินค้าของสหภาพยุโรป (EU) ที่เรียกเก็บใหม่

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ