นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีทุจริตการจัดสอบท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) โดยย้ำว่า คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด อยู่ระหว่างดำเนินการขยายผลในทุกรูปแบบ การดำเนินการที่เสร็จสิ้นเป็นเพียงส่วนของกระทรวงมหาดไทย โดยมีการแจ้งชื่อทั้งหมดไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เพิกถอนผู้ที่มีคะแนนผิดปกติออกจากตำแหน่งกว่า 5,000 ราย ขณะที่การดำเนินคดีทุจริตการสอบท้องถิ่นมีการทำงานที่กว้างกว่านั้นมาก
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คดีนี้เริ่มขึ้นจากความร่วมมือ 7 หน่วยงานที่ได้สั่งการให้ทำงาร่วมกัน ทำให้สามารถยึดและอาญาทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับการกระทำความผิดได้แล้วคิดเป็นมูลค่า รวมกว่า 320 ล้านบาท ซึ่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนและวิเคราะห์เชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมทางการเงินและทรัพย์สินรวมถึงประสานข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเชื่อมโยงขยายผลต่อไป
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยืนยันต่อหน่วยงานภาครัฐและประชาชนว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีนโยบายปกป้องหรือเอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่อยู่ในระดับใดหรือตำแหน่งใด เรายึดหลักปิดชื่อ ถือพฤติกรรม หากปรากฏว่า พยานหลักฐานหรือเส้นทางทางการเงินเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด เราจะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใสเปิดทางตรวจสอบและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยไม่มีการละเว้นผู้ใดทั้งสิ้น
พร้อมกับย้ำว่า รัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามกระบวนการนี้อย่างต่อเนื่องและจริงจังให้สิ้นซาก เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการและเพื่อคืนความยุติธรรมและคืนสิทธิ์ให้กับผู้ที่เข้าสอบด้วยความรู้ความสามารถโดยสุจริต
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เรื่องของคดีนี้ประชาชนไม่ต้องกังวลว่า จะมีอิทธิพลใดๆที่จะมาทำให้รูปคดีนี้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เอื้อหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดได้ เราทำงานร่วมกันตามเอ็มโอยูและแบ่งหน้าที่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า จะไม่มีการเบี่ยงเบนคดีไปจากข้อเท็จจริง เพราะป.ป.ช.เป็นผู้ที่ดำเนินการสอบสวนสืบสวนคดีนี้
ส่วนกรณีทำหนังสือสอบถามถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กรณีนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ คณะทำงานนายกรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหาว่า อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมามีการเอ่ยถึงชื่อนายทองเจือว่า เป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกล่าวหากับหลายๆฝ่าย เพื่อให้เกิดความมั่นใจตนจึงทำหนังสือไปถามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เพราะเป็นผู้ทำคดีเรื่องนี้ เพื่อให้มีข้อมูลที่ชัดเจน
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ความสัมพันธ์กับบุคคลที่ถูกกล่าวชื่อก็เป็นเรื่องการทำงาน ส่วนเรื่องของส่วนตัวนอกเหนือจากการทำงาน ตนไม่ทราบว่า คนที่ทำงานร่วมกับตนไปทำอะไรกันบ้าง แต่เพื่อให้ความมั่นใจเกิดขึ้นทั้งต่อหน้าและลับหลังและในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) และทราบมาว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำคดีนี้อยู่ก็สอบถามไปเพื่อที่จะตอบข้อสงสัยได้อย่างมีข้อเท็จจริงและมีหลักฐานประกอบ
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน