ทรัมป์ประกาศแจกเงินชาวมะกัน! จ่ายจริง หรือแค่ลมปาก?

ข่าวต่างประเทศ Saturday September 12, 2026 00:56 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวเมื่อวันพุธว่า เขาจะจ่ายเงินจำนวน 5,000 ดอลลาร์ หรือราว 165,000 บาท ซึ่งจะเรียกว่า เงินปันผลทรัมป์ (Trump dividend) ให้แก่ชาวอเมริกันที่เป็นผู้ใหญ่ทุกคน หากพรรครีพับลิกันชนะเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน โดยยังคงครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร

สำนักข่าวรอยเตอร์ออกรายงานวิเคราะห์เจาะลึกเกี่ยวกับมาตรการแจกเงินดังกล่าว

*ใครจะได้รับเงิน และเงินจะมาจากไหน?

ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลจะจ่ายเช็คเงินดังกล่าวให้แก่พลเมืองสหรัฐที่เป็นผู้ใหญ่ทุกคน ซึ่งสำนักงานสำรวจสำมะโนประชากรสหรัฐประเมินว่ามีประมาณ 240 ล้านคน ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณทั้งหมดราว 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 39.64 ล้านล้านบาท

เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐอาจนำรายได้จากภาษีศุลกากรมาจ่ายเงินดังกล่าว โดยสหรัฐสามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีศุลกากรจำนวนมากจากการทำสงครามการค้าของทรัมป์

สำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐ (CBO) ประเมินว่า รัฐบาลสหรัฐได้จัดเก็บรายได้จากภาษีศุลกากรไปแล้ว 167,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณปัจจุบัน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน แต่จำนวนดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่าย 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สำหรับโครงการจ่ายเงินที่ทรัมป์ประกาศเมื่อวันพุธ

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวจะทำให้รัฐบาลขาดดุลงบประมาณมากขึ้น ขณะที่การขาดดุลในปัจจุบันกำลังสร้างความวิตกอย่างมากต่อเจ้าหน้าที่สหรัฐ

CBO ประเมินว่า ในปีงบประมาณปัจจุบัน รัฐบาลจะมีการขาดดุลงบประมาณ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ และคาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีข้างหน้า เนื่องจากประชากรมีอายุมากขึ้น

*การจ่ายเงินดังกล่าวถูกกฎหมายหรือไม่?

ผู้สมัครรับเลือกตั้งมักให้คำมั่นว่าจะมอบผลประโยชน์ต่าง ๆ แก่ประชาชนเพื่อแลกกับคะแนนเสียงที่จะได้รับ

ระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2024 ทรัมป์เคยสัญญาว่าจะลดภาษีให้แก่ผู้สูงอายุ คนทำงานที่ได้รับทิป และกลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ และต่อมาเขาก็ดำเนินการตามคำสัญญาดังกล่าวผ่านกฎหมายที่เรียกว่า One Big Beautiful Bill ในปีถัดมา

ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต รวมทั้งประธานาธิบดีโจ ไบเดน เคยให้คำมั่นว่าจะจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนจากโควิด-19 รอบที่สาม ในการเลือกตั้งที่รัฐจอร์เจียในปี 2021 และได้ดำเนินการจ่ายเงินจริงหลังจากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้ง และสามารถควบคุมสภาคองเกรส

ทั้งนี้ ศาลฎีกาสหรัฐเคยมีคำตัดสินว่า คำมั่นสัญญาที่มีลักษณะดังกล่าวสามารถทำได้ตามกฎหมาย โดยในคำตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์เมื่อปี 1982 ศาลฎีกาสหรัฐได้กลับคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ ซึ่งก่อนหน้านั้นได้เพิกถอนผลการเลือกตั้งเจ้าหน้าที่ในรัฐเคนทักกี เนื่องจากเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเคยสัญญาว่าจะประหยัดเงินภาษีประชาชนด้วยการลดเงินเดือนของกรรมาธิการประจำเทศมณฑล

นอกจากนี้ การนำโครงการเงินปันผลของทรัมป์ขึ้นฟ้องต่อศาลอาจเป็นเรื่องยาก เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งอาจประสบปัญหาในการพิสูจน์ว่าพวกเขาได้รับความเสียหายโดยตรงจากโครงการดังกล่าว

*โครงการนี้จำเป็นต้องผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรสหรือไม่?

จำเป็น

รัฐธรรมนูญสหรัฐให้อำนาจสภาคองเกรสในการอนุมัติการใช้จ่ายของรัฐบาล

ปัจจุบันพรรครีพับลิกันของทรัมป์ควบคุมทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แต่มีเสียงข้างมากเพียงเล็กน้อย และสมาชิกพรรคหลายคนได้แสดงท่าทีสนับสนุนโครงการดังกล่าว

ทางด้านพรรคเดโมแครตย่อมต้องคัดค้านโครงการดังกล่าว และอาจสามารถขัดขวางการผ่านกฎหมายฉบับนี้ในวุฒิสภา เนื่องจากการผลักดันกฎหมายส่วนใหญ่ในวุฒิสภาจำเป็นต้องมีเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 60 เสียง

อย่างไรก็ดี พรรครีพับลิกันอาจใช้กระบวนการด้านงบประมาณที่ซับซ้อนเพื่อหลีกเลี่ยงการคัดค้านจากพรรคเดโมแครต และผลักดันร่างกฎหมายให้ผ่านสภาด้วยคะแนนเสียงจากสมาชิกพรรครีพับลิกัน โดยไม่ต้องพึ่งพาคะแนนเสียงจากเดโมแครต

พรรครีพับลิกันประสบความสำเร็จในการใช้แนวทางนี้มาแล้วสองครั้ง นับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม 2025 แต่พรรคกำลังประสบปัญหาในการผลักดันงบประมาณลักษณะเดียวกันเป็นครั้งที่สาม

พวกเขามีเวลาเหลือไม่มากก่อนการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดเปิดประชุมเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนถึงวันเลือกตั้ง

*รัฐบาลสหรัฐเคยแจกเงินโดยตรงแก่ประชาชนมาก่อนหรือไม่?

เคย

สภาคองเกรสเคยอนุมัติการจ่ายเงินโดยตรงให้แก่ประชาชน 3 ครั้ง ได้แก่ ในเดือนมีนาคม 2020, เดือนธันวาคม 2020 และเดือนมีนาคม 2021 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการช่วยเหลือประชาชนในการรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐจ่ายเงินต่อผู้ใหญ่หนึ่งคนจำนวน 1,200 ดอลลาร์ในเดือนมีนาคม 2020, 600 ดอลลาร์ในเดือนธันวาคม 2020 และ 1,400 ดอลลาร์ในเดือนมีนาคม 2021 แต่ไม่ได้จ่ายเงินให้แก่ผู้ที่มีรายได้สูง

คณะกรรมการกำกับดูแลของสภาคองเกรสระบุว่า มีการจ่ายเงินทั้งหมด 476 ล้านครั้ง คิดเป็นมูลค่ารวม 814,000 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดี ผู้ตรวจสอบพบปัญหาในการดำเนินงานหลายประการ รวมถึงการฉ้อโกง และการจ่ายเงินจำนวน 1,400 ล้านดอลลาร์ให้แก่ผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว

*โครงการนี้จะส่งผลอย่างไรต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงิน?

งานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์พบว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือในช่วงการระบาดของโควิด-19 มีส่วนทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในเวลาต่อมา เนื่องจากได้กระตุ้นความต้องการบริโภคของประชาชนอย่างมาก

เงินช่วยเหลือดังกล่าวยังช่วยผลักดันตลาดหุ้นให้ดีดตัวขึ้น โดยพบว่าปริมาณการซื้อขายหุ้นของนักลงทุนรายย่อยเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากมีการโอนเงินช่วยเหลือในแต่ละรอบ

อย่างไรก็ตาม เงินปันผลที่ทรัมป์เสนอในครั้งนี้ อาจสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดพันธบัตร หากรัฐบาลใช้วิธีการกู้ยืมเงินเพื่อมาจ่ายโครงการนี้

การออกพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ อาจทำให้ราคาพันธบัตรลดลงอย่างรุนแรง และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้น

สิ่งนี้อาจทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลสูงขึ้น และเพิ่มแรงกดดันต่อฐานะงบประมาณของสหรัฐในช่วงเวลาที่ภาระดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องจ่ายนั้นสูงกว่าค่าใช้จ่ายด้านการทหารอยู่แล้ว

*ทรัมป์เคยให้คำมั่นสัญญาในการแจกเงินลักษณะเดียวกันมาก่อนหรือไม่?

เคย

ทรัมป์เคยสัญญาว่าจะจ่าย เงินปันผล จำนวน 2,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2025 จากรายได้ของภาษีศุลกากร และกล่าวว่าโครงการนี้จะไม่ครอบคลุมผู้มีฐานะร่ำรวย

แต่หลังจากนั้น ทรัมป์ก็ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าว

อย่างไรก็ดี ทรัมป์ประสบความสำเร็จในการจ่าย เงินปันผลนักรบ (Warrior Dividend) จำนวน 1,776 ดอลลาร์ให้แก่ทหารประมาณ 1.45 ล้านนายในเดือนธันวาคม 2025 โดยใช้เงินที่สภาคองเกรสอนุมัติไว้แล้ว

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ