ตลาดหุ้นลอนดอนปิดฟื้นตัวขึ้นในวันศุกร์ (11 ก.ย.) โดยหุ้นกลุ่มการเงินหนุนตลาด หลังราคาน้ำมันปรับตัวลงและช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ แม้ตลาดยังเผชิญแรงขายตลอดทั้งสัปดาห์จากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจของสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,650.44 จุด เพิ่มขึ้น 41.52 จุด หรือ +0.39%
อย่างไรก็ตาม ดัชนี FTSE 100 ยังคงปรับตัวลงมากที่สุดในรอบสัปดาห์นี้นับตั้งแต่ปลายเดือนก.ค.ที่ผ่านมา
หุ้นธนาคารขนาดใหญ่ฟื้นตัวหลังจากปรับตัวลงติดต่อกัน 3 วัน โดยหุ้น HSBC เพิ่มขึ้น 1.5% และหุ้น Barclays เพิ่มขึ้น 1.9%
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า หุ้นบางตัวที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนในช่วงที่ผ่านมาเริ่มฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง ขณะที่หุ้นธนาคารได้รับความสนใจจากนักลงทุน เนื่องจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อาจอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่คาด
หุ้นกลุ่มก่อสร้างและวัสดุปรับตัวขึ้น 1.8% ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด
บรรยากาศการลงทุนดีขึ้นหลังราคาน้ำมันลดลง 2% ในวันศุกร์ จากรายงานที่ระบุว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิกกลุ่มอ่าวอาจพบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเกี่ยวกับแนวทางจัดการเส้นทางเดินเรือชั่วคราวผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานยังคงปรับตัวขึ้นมากที่สุดในสัปดาห์นี้ หลังราคาน้ำมันพุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับทางจิตวิทยาที่สำคัญของตลาด
ด้านเศรษฐกิจ ข้อมูลระบุว่าเศรษฐกิจอังกฤษขยายตัวในเดือนก.ค.ด้วยอัตรารายปีสูงสุดในรอบ 18 เดือน โดยอาจได้รับแรงหนุนจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน
นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของราคาน้ำมันที่มีต่อเงินเฟ้อ โดยข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอังกฤษจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 0.44% ภายในสิ้นปีนี้ เพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้ราว 0.25% เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังประเมินข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่า เงินเฟ้อผู้บริโภคในเดือนส.ค.เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 4 เดือน ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์มากขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช