นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการทางพิเศษ จังหวัด ภูเก็ต ระยะทาง 34.60 กม. วงเงินรวม 84,218 ล้านบาท โดยแบ่งดำเนินการ 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้ ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กม. มูลค่าโครงการ 16,757 ล้านบาท และระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่ เกาะแก้ว กะทู้ ระยะทาง 30.62 กม.มูลค่าโครงการ 67,461 ล้านบาท มีแผนเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 74 เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางและช่วยลดระยะเวลาการเดิน
*เฟส 1 ชงครม. ธ.ค.นี้ -เริ่มก่อสร้าง ต.ค.70 เปิดใช้ปี 74
โครงการ ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร วงเงินลงทุนรวม 16,757 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าเวนคืน 5,792 ล้านบาท (ปัจจุบันเวนคืนคืบหน้า 99.43%) ค่าก่อสร้างและค่าควบคุมงาน 10,965 ล้านบาท มีการทบทวนปรับแบบใหม่เนื่องจากต้นทุนค่าน้ำมัน ค่าวัสดุก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้น ผลทางธรณีวิทยาและการรองรับแผ่นดิน จึงลดขนาดอุโมงค์จากเดิมความกว้าง 17.1 เมตร เหลือ 14.2 เมตร แต่ยังคงความยาว 1.85 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นอุโมงค์ที่ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอันดับต้นๆ ในอาเซียน
คาดว่าจะเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติได้ภายในเดือนธ.ค.69 หลังจากครม.อนุมัติ จะร่างเอกสารกำหนดรายละเอียดและขอบเขตงาน (TOR) ประมาณ 3 เดือน แล้วเสร็จในเดือน เม.ย. 70 และคัดเลือกได้ตัวผู้รับจ้างประมาณไตรมาสที่ 3 ปี 70 เริ่มก่อสร้างเดือนต.ค. 70 โดยระยะที่ 1 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี
เบื้องต้น กทพ.ได้ศึกษาทบทวน ค่าผ่านทางโครงการระยะที่ 1 โดยปรับลดลงจากเดิม เพื่อลดภาระของประชาชน โดยรถจักรยานยนต์เหลือ 10 บาท/ รถ 4 ล้อ 20 บาท /รถ 610 ล้อ 40 บาท /รถมากกว่า 10 ล้อ 60 บาท ประมาณการรายได้ 0.96 ล้านบาท/วัน โดยมีอัตราผลตอบแทนทางการเงิน (FIRR) 1.81% อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) 19.47%
ช่วงกะทู้ ป่าตอง เมื่อสร้างเสร็จจะสามารถร่นระยะเวลาเดินทางจากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็จะเหลือเพียง 5 นาทีเท่านั้น และเป็นอุโมงค์ตัวแรกที่รับทั้งรถยนต์และรับทั้งมอเตอร์ไซค์
การประมูลก่อสร้างงานโยธานั้น จะเป็นการประกาศเชิญชวนทั่วไป หรือผู้ประกอบการสามารถรวมกลุ่มเข้ามาในลักษณะกิจการร่วมค้า (Joint Venture: JV) ได้แต่ต้องมีผู้รับเหมาไทยเป็นแกนนำ
*เฟส 2 เสนอครม. ต.ค.70 ก่อสร้าง ต.ค.71 เปิดใช้ปี 74
โครงการระยะที่ 2 ระยะทาง 30.62 กม.มูลค่าโครงการ 67,461 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าเวนคืน 29,547.80 ล้านบาท ค่าก่อสร้างและค่าควบคุมงาน 37,913.92 ล้านบาท ปัจจุบันกำลังศึกษาออกแบบรายละเอียด โดยคาดว่าจะเสร็จในเดือนม.ค. 70 เสนอครม.อนุมัติในเดือนต.ค. 70 แผนงานดำเนินการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ช่วงม.ค. 70- ธ.ค. 73 ส่วนการก่อสร้างจะเริ่มเดือนต.ค. 71 ก.ย. 74 โดยใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี พร้อมติดตั้งงานระบบในต้นปี 71ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 74 ซึ่งจะพร้อมกับระยะที่ 1
ระยะที่ 2 มี ค่าก่อสร้างแพงขึ้นเนื่องจากต้นทุนค่าก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจของโลก ทำให้ผลตอบแทนทางการเงินของ กทพ.อาจจะไม่ชนะต้นทุนเงินกู้ แต่กทพ.ก็ยังพยายามที่จะปรับลดวงเงินค่าก่อสร้างลงอยู่ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยมาก่อน
สำหรับงานระบบ O&M มูลค่าก่อสร้างประมาณ 1,500 ล้านบาท จะเป็นการร่วมลงทุนเอกชน (PPP) ซึ่งเตรียมเสนอ ขออนุมัติเพื่อดำเนินการโครงการระยะที่ 2 และ จะอนุมัติโครงการ ในปี 70 เริ่มก่อสร้างในปี 71เปิดให้บริการในปี 74
ในระยะที่ 2 จะมีการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ 2 จุด ได้แก่ Service Area ที่กม.3+900 ฝั่งขาออกมุ่งหน้าสนามบิน พื้นที่ประมาณ 37 ไร่ และ Rest Stop ที่กม.16+400 บริเวณทางแยก Spur Line พื้นที่ประมาณ 13 ไร่ เบื้องต้นจะเปิด PPP ให้เอกชนร่วมลงทุนฯ
รูปแบบการลงทุน อยู่ระหว่างหารือกับสคร. เบื้องต้นจะระดมทุนผ่านการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือ TFF โดยนำรายได้จาก ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี สุขสวัสดิ์) ไปลงทุนโครงการทางด่วนภูเก็ตที่ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 เป็นต้น โดยอยู่ระหว่างพิจารณากำหนดอัตราผลตอบแทน ที่จะเสนอขายหน่วยลงทุนแก่นักลงทุน
ปัจจุบัน ทางด่วนสาย บางพลี สุขสวัสดิ์ มีรายได้ค่าผ่านทางประมาณ 2,600 ล้านบาทต่อปี ซึ่งกทพ.รับรายได้ทั้งหมด โดยคาดว่าจะใช้สำหรับกองทุน TFF ประมาณ 1,000 ล้านบาท หาก ครม.เห็นชอบโครงการระยะที่ 1 คาดว่าจัดงกองทุตน TFF ได้ในช่วงต้นปี 2570
คาดการณ์ปริมาณจราจรในปีแรกที่เปิดให้บริการไว้ที่ประมาณ 50,000 60,000 คัน/วัน (รวมทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์)