กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน สั่งห้ามครอบครองและใช้งานโดรนเพื่อนันทนาการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับมาตรการความมั่นคงในเมืองหลวง หลังจากเกิดเหตุเครื่องบินเล็กพุ่งชนตึกสูง ซิติก ทาวเวอร์ (CITIC Tower) เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา
คำสั่งห้ามกล่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการควบคุมโดรนที่เข้มงวดที่สุดในโลกนั้น มีขึ้นหลังจากเครื่องบินเล็กขนาด 2 ที่นั่งพุ่งชนตึก CITIC Tower ซึ่งมีความสูง 109 ชั้น เมื่อเดือนมิ.ย. ส่งผลให้นักบินเสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 13 ราย โดยจุดที่เกิดเหตุนั้น อยู่ห่างจากสำนักงานใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและที่พักของผู้นำระดับสูงเพียงไม่กี่กิโลเมตร
หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว กรุงปักกิ่งได้ออกกฎข้อบังคับและคำแนะนำด้านความปลอดภัยการบินอย่างเป็นทางการในวันอาทิตย์ (13 ก.ย.) โดยหนังสือพิมพ์ปักกิ่งเดลี่ (Beijing Daily) รายงานว่า ประชาชนไม่ได้รับอนุญาตให้ครอบครอง หรือเก็บสะสมโดรน ตลอดจนชิ้นส่วนของโดรน ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. เป็นต้นไป โดยประชาชนมีเวลาถึงวันที่ 14 พ.ย. ในการเคลื่อนย้ายโดรนออกนอกกรุงปักกิ่ง ขณะที่รัฐบาลจะมีโครงการรับซื้อคืน โดยกำหนดเพดานเงินอุดหนุนการซื้อคืนสูงสุด 3,000 หยวน (ประมาณ 447 ดอลลาร์) ต่อเครื่อง
กฎข้อบังคับดังกล่าวยังกำหนดให้น่านฟ้าทั้งหมดของปักกิ่งเป็นน่านฟ้าควบคุม และสั่งห้ามการบินเพื่อนันทนาการทุกรูปแบบ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะคุมเข้มน่านฟ้าทั้งในและรอบเมืองหลวงภายในรัศมี 300 กิโลเมตรอีกด้วย
แม้ว่าเที่ยวบินพาณิชย์จะไม่ได้รับผลกระทบจากกฎระเบียบใหม่นี้ แต่เครื่องบินจำเป็นต้องมีระบบติดตามสำรอง โดยกฎระเบียบใหม่สำหรับเครื่องบินที่ใช้น่านฟ้าของปักกิ่งนั้น ครอบคลุมถึงการต้องติดต่อสื่อสารสองทางกับเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศตลอดเวลา ตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยการบินอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่ในวันอาทิตย์
รายงานระบุว่า นักบินในเหตุการณ์ CITIC Tower ตั้งใจขับเครื่องบินพุ่งชนตึกดังกล่าวหลังจากเบี่ยงออกนอกเส้นทางบินที่กำหนดไว้ และมีความเป็นไปได้สูงว่าเพิกเฉยต่อการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ ในระหว่างนั้น เครื่องบินลำดังกล่าวยังเกือบชนกับเครื่องบินพาณิชย์ด้วย
มาตรการดังกล่าวถือเป็นมาตรการตอบสนองอุบัติเหตุที่เข้มงวดที่สุดของกรุงปักกิ่ง โดยแม้ว่าเมืองใหญ่อย่างวอชิงตันและปารีสจะสั่งห้ามใช้โดรนเพื่อนันทนาการอย่างมีประสิทธิภาพ แต่กรุงปักกิ่งดำเนินการด้วยความเข้มงวดมากกว่า ด้วยการขยับจากการสั่งห้ามบินแบบครอบคลุมพื้นที่ ไปสู่การห้ามประชาชนทั่วไปและผู้ที่เดินทางมาเยือนกรุงปักกิ่งครอบครองหรือนำโดรนเข้ามาภายในเมืองโดยเด็ดขาด
หุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการบินระดับต่ำ (low-altitude aircraft industry) ของจีนร่วงลงในการซื้อขายวันนี้ (14 ก.ย.) โดยหุ้น Nanjing LES Information Technology ผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการการบินระดับต่ำและควบคุมการจราจรทางอากาศ ร่วงลงถึง 2.1% ขณะที่หุ้น, Zhejiang Wanfeng Auto Wheel ผู้ผลิตเครื่องบิน ปรับตัวลง 1.5% และหุ้น Citic Offshore Helicopter ผู้ให้บริการเฮลิคอปเตอร์ ปรับตัวลง 1.7%
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข