ดาวโจนส์ดิ่งกว่า 200 จุด หุ้น AI ร่วง, บอนด์ยีลด์/น้ำมันพุ่ง ฉุดตลาด

ข่าวต่างประเทศ Monday September 14, 2026 21:42 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 200 จุดในวันนี้ โดยถูกกดดันจากแรงเทขายในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ รวมทั้งการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้

ณ เวลา 21.31 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ลบ 226.45 จุด หรือ 0.43% สู่ระดับ 52,346.84 จุด

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นทะลุ 5% ในวันนี้ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2566 ท่ามกลางการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด

ราคาหุ้นทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่างปรับตัวลงในวันนี้ หลังจาก ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของ Anthropic เรียกร้องให้บริษัทต่าง ๆ ชะลอการพัฒนาขีดความสามารถของ AI โดยมีบุคคลสำคัญในวงการเทคโนโลยีอีกหลายคนออกมาสนับสนุนข้อเสนอดังกล่าว

นักลงทุนมีความกังวลว่า หากอุตสาหกรรม AI โดยรวมชะลอการพัฒนา อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อบริษัทต่าง ๆ ในธุรกิจนี้ และทำให้มีการชะลอการใช้งาน AI

แซม อัลท์แมน ซีอีโอของ OpenAI กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า เขาเห็นด้วยกับอาโมเดอีว่า บริษัท AI ต่าง ๆ จำเป็นต้องกำหนดจังหวะในการพัฒนา AI ให้เหมาะสม

อัลท์แมนเตือนว่า มี 2 แนวทางที่ความก้าวหน้าของ AI อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่ เลวร้ายอย่างมาก ได้แก่ การที่มนุษย์สูญเสีย การควบคุมอนาคตให้กับ AI และการที่อำนาจจำนวนมากเกินไปกระจุกตัวอยู่ที่บุคคลหรือบริษัทเพียงรายเดียว

โซอี กิลเลสพี ผู้อำนวยการอาวุโสของ RBC Brewin Dolphin กล่าวกับรายการ Squawk Box Europe ของสำนักข่าว CNBC ในวันนี้ว่า การพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นที่เราเห็นนั้นมีพื้นฐานมาจากการเติบโตของ AI และการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพ ดังนั้น หากเราเริ่มเห็นแนวโน้มดังกล่าวสะดุดลง ก็อาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนของตลาดหุ้นในอนาคต

แน่นอนว่า สิ่งที่เรากำลังพิจารณาเกี่ยวกับผลตอบแทนของหุ้นจำนวนมากนั้น ได้รวมเอาการเติบโตของผลกำไรในอนาคตของบริษัทเหล่านี้เข้าไปในราคาหุ้นแล้ว และหากสิ่งนั้นตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยง ก็อาจทำให้ตลาดเกิดความไม่มั่นคง

าคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงทะยานขึ้นในวันนี้ ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งทะลุระดับ 103 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 108 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากซาอุดีอาระเบียประกาศปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ท่ามกลางการโจมตีจากกลุ่มฮูตี

นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 15-16 ก.ย. รวมทั้งถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด

นอกจากนี้ ตลาดจับตารายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อัตราว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 90.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. และให้น้ำหนัก 9.7% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมดังกล่าว

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ