อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่างปรับตัวขึ้นในวันนี้
ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราอ้างอิงหลักสำหรับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ และหนี้บัตรเครดิต พุ่งขึ้นแตะระดับ 5.003% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2566
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งมักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 4.666% หลังจากแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2567 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ซึ่งโดยทั่วไปมักตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 5.374%
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดขึ้น หลังจากมีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนสิงหาคม เมื่อวันศุกร์ สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่ยังคงสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของเฟดที่ระดับ 2%
รายงาน CPI เมื่อสัปดาห์ที่แล้วถือเป็นข้อมูลเงินเฟ้อชุดสุดท้ายที่เฟดได้รับก่อนการประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์นี้
นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 15-16 ก.ย. รวมทั้งถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด
นอกจากนี้ ตลาดจับตารายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อัตราว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 90.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. และให้น้ำหนัก 9.7% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมดังกล่าว
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีแตะระดับ 5% ซึ่งเป็นระดับที่มีความสำคัญในเชิงจิตวิทยาสำหรับตลาด
หากอัตราผลตอบแทนดีดตัวขึ้นเกินระดับ 5.02% ก็จะขึ้นไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2550 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2551-2552
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง มีนัยต่อหุ้นและเศรษฐกิจแตกต่างจากกรณีที่อัตราผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเนื่องจากเงินเฟ้อกลับมารุนแรงขึ้น และการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลเพิ่มขึ้น หรือเกิดความตึงเครียดภายในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเอง
นายเจสัน แวร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Albion Financial Group กล่าวว่า การพุ่งขึ้นล่าสุดของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐและภาคธุรกิจมีหนี้จำนวนมหาศาล และต่างก็ต้องแข่งขันกันเพื่อดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุน
อย่างไรก็ตาม นายแวร์กล่าวว่า เขาไม่คาดว่าตลาดจะเกิดความปั่นป่วนเพียงเพราะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้นเหนือระดับ 5%
ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นไม่ได้บ่งชี้ปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นเสมอไป หากการเพิ่มขึ้นนั้นเกิดขึ้นพร้อมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง
นายแวร์ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีความยืดหยุ่น และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังคงทรงตัว โดยเขาให้เหตุผลว่า ตลาดหุ้นน่าจะมีความเสี่ยงมากกว่าจากการชะลอตัวของการใช้จ่ายของผู้บริโภคหรือการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีพุ่งทะลุระดับ 5% ซึ่งเป็นเพียงระดับตัวเลขที่มีความสำคัญในเชิงจิตวิทยาเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ระดับ 5% อาจเริ่มกลายเป็นปัญหาสำหรับตลาดหุ้น หากนักลงทุนต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความเสี่ยงด้านการคลัง
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ