โพลชี้คะแนนนิยม ทรัมป์ ขยับขึ้นเล็กน้อย แต่ รีพับลิกัน ส่อแววเสียเก้าอี้สภาให้เดโมแครต

ข่าวต่างประเทศ Tuesday September 15, 2026 11:06 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดจากรอยเตอร์และอิปซอส (Reuters/Ipsos) ชี้ว่า แม้คะแนนความพึงพอใจต่อผลงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะขยับขึ้นมาจากระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ แต่สถานการณ์ของพรรครีพับลิกันกลับดูมืดมนลง เนื่องจากชาวอเมริกันส่วนใหญ่เริ่มเทใจให้พรรคเดโมแครตกลับมาคุมเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ก่อนหน้าการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย. นี้

ผลสำรวจดังกล่าวจัดทำขึ้นเป็นเวลา 4 วัน หลังเสร็จสิ้นการประชุมใหญ่กลางเทอมครั้งแรกของพรรครีพับลิกัน โดยมีประเด็นสำคัญสรุปได้ดังนี้:

  • คะแนนนิยมของทรัมป์: ชาวอเมริกัน 35% พึงพอใจต่อผลงานของทรัมป์ในทำเนียบขาว เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 33% ในช่วงปลายเดือนส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในชีวิตทางการเมืองของทรัมป์

  • ข้อเสนอ เงินปันผล 5,000 ดอลลาร์ไร้เสียงหนุน: ประชาชนมากถึง 63% ระบุว่า ไม่เห็นด้วย กับข้อเสนอของทรัมป์ที่ประกาศระหว่างการประชุมใหญ่ของพรรคว่าจะจ่าย เงินปันผล คนละ 5,000 ดอลลาร์ให้แก่ชาวอเมริกันทุกคน หากพรรครีพับลิกันสามารถรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสเอาไว้ได้ โดยผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันเองถึง 4 ใน 10 คน และผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตถึง 9 ใน 10 คน ต่างไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว


คะแนนนิยมของทรัมป์และพรรครีพับลิกันลดลงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ทรัมป์เปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านเมื่อเดือนก.พ. จนกระทบการขนส่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง และดันราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งใกล้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซ้ำเติมภาระค่าครองชีพของครัวเรือนอเมริกัน

วิกฤตดังกล่าวทำให้พรรครีพับลิกันต้องสูญเสียความได้เปรียบด้านนโยบายเศรษฐกิจที่เคยครองจุดแข็งมานาน โดยผลสำรวจระบุว่า ประชาชนมองว่าพรรคเดโมแครตบริหารเศรษฐกิจได้ดีกว่าพรรครีพับลิกัน (38% ต่อ 37%) นับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปีที่พรรคเดโมแครตแซงหน้าในประเด็นนี้

ผลการหยั่งเสียงแบบไม่ระบุชื่อผู้สมัคร (Generic Ballot) เมื่อถามว่า หากจัดเลือกตั้งสภาคองเกรสในวันนี้จะลงคะแนนให้พรรคใด:

  • 44% ระบุว่าจะเลือกพรรคเดโมแครต
  • 37% ระบุว่าจะเลือกพรรครีพับลิกัน


ช่องว่างคะแนนนำของพรรคเดโมแครตที่ห่างถึง 7 จุดเปอร์เซ็นต์นี้ ถือเป็นช่วงห่างที่กว้างที่สุดนับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้ารับตำแหน่งที่ทำเนียบขาวเมื่อเดือนม.ค. 2568 ทั้งนี้ หากพรรครีพับลิกันพ่ายแพ้และสูญเสียเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา อาจส่งผลให้ทรัมป์ผลักดันนโยบายต่าง ๆ ในช่วง 2 ปีสุดท้ายของวาระได้ยากลำบากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจระดับชาตินี้สะท้อนเพียงภาพรวมความคิดเห็นของประชาชนเท่านั้น แต่ไม่ได้สะท้อนรายละเอียดของการแข่งขันแบบรายเขตและรายรัฐ ซึ่งเป็นตัวชี้ขาดการครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส และพรรครีพับลิกันยังมีข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างในบางพื้นที่

นอกจากนี้ แผนงานก่อสร้างต่าง ๆ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของทรัมป์ รวมถึงการสร้างห้องจัดเลี้ยงแห่งใหม่ในทำเนียบขาว กำลังเผชิญกระแสแตกแยกทางการเมือง โดยประชาชนราว 2 ใน 3 (รวมถึงผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันถึงครึ่งหนึ่ง) มองว่าโครงการก่อสร้างเหล่านี้ มีความสำคัญต่ำ ขณะที่ผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตถึง 91% แสดงจุดยืนคัดค้านแผนการดังกล่าว

ทั้งนี้ การสำรวจความคิดเห็นดังกล่าวเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกันทั่วประเทศจำนวน 1,143 คน โดยมีค่าความคลาดเคลื่อน (Margin of Error) อยู่ที่บวกลบ 3 จุดเปอร์เซ็นต์

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ