ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบต่ำสุดในรอบ 3 เดือน กังวลน้ำมัน-บอนด์ยีลด์สูงก่อนเฟดตัดสินใจดอกเบี้ย

ข่าวต่างประเทศ Wednesday September 16, 2026 06:41 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนในวันอังคาร (15 ก.ย.) โดยราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องกดดันบรรยากาศการลงทุน ขณะที่นักลงทุนจับตาการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันพุธนี้

  • ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 634.18 จุด ลดลง 1.81 จุด หรือ -0.28%
  • ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,090.28 จุด ลดลง 27.50 จุด หรือ -0.34%
  • ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,402.28 จุด ลดลง 38.53 จุด หรือ -0.15%
  • ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,658.13 จุด ลดลง 39.44 จุด หรือ -0.37%

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. ขณะที่ตลาดหุ้นสำคัญส่วนใหญ่ในภูมิภาคปรับตัวลงเล็กน้อย

หุ้นกลุ่มธนาคารและบริการทางการเงินเป็นแรงกดดันสำคัญต่อตลาด โดยลดลง 0.9% และ 1.9% ตามลำดับ ขณะที่หุ้น UBS ร่วง 3.4% ติดกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี STOXX 600

แรงขายในกลุ่มการเงินเกิดขึ้น หลัง ไบรอัน มอยนิฮาน ซีอีโอของ Bank of America เตือนเมื่อวันจันทร์ว่า ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจวาณิชธนกิจของธนาคารสหรัฐฯ อาจลดลงอย่างน้อย 10% ในไตรมาส 3 ขณะที่รายได้จากธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์และตราสารการเงินมีแนวโน้มทรงตัวเกือบไม่เปลี่ยนแปลง

ด้านหุ้น LOreal แซงหน้า LVMH ซึ่งเป็นเจ้าของ Louis Vuitton ขึ้นเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าสูงสุดในฝรั่งเศส ขณะที่กลุ่มสินค้าหรูยังเผชิญแรงกดดันจากยอดขายที่ชะลอตัวและผลประกอบการที่อ่อนแอ

นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2560 ที่บริษัทนอกกลุ่มสินค้าหรูขึ้นเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าสูงสุดในตลาดหุ้นปารีส ณ เวลาปิดตลาด โดยหุ้น LVMH ร่วงลง 2.6% ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มสินค้าหรูของยุโรปลดลง 1.5%

ด้านตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนเป็นไปอย่างระมัดระวัง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งทะลุ 5% เมื่อวันจันทร์ แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรในยูโรโซนแตะระดับสูงสุดในรอบ 17 ปี

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 1.3% ตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 2% หลังเกิดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคอ่าวและพื้นที่สู้รบในสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมัน ตอกย้ำความวิตกเรื่องเงินเฟ้อ และทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางรายใหญ่อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดกำลังจับตาผลการตัดสินใจของเฟดในวันพุธนี้ โดยข้อมูล LSEG ระบุว่า นักลงทุนประเมินโอกาสมากกว่า 90% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจ จำนวนตำแหน่งงานว่างในอังกฤษลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี ก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม

ส่วนในเยอรมนีนั้น ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทรงตัวในเดือนก.ย. ขณะที่มุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ