CRYPTO SHOT: CLARITY Act ไปต่อไม่ได้! เกมวางกติกาคริปโทฯ สหรัฐฯ ต้องเริ่มใหม่?

ข่าวทั่วไป Thursday September 17, 2026 18:02 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

เหมือนอยู่ดี ๆ กฎเกณฑ์ในโลกคริปโทฯ ที่เถียงกันมาเนิ่นนานจะถึงทางตัน เมื่อการโหวตให้ผ่านร่างของ CLARITY Act คริปโทฯ ชนิดใดจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของใครมีสะดุด เมื่อเสียงที่ต้องการในสภา จำนวน 60 เสียง ที่จะผลักดันให้กฎหมายนี้สามารถขับเคลื่อนต่อ กลับได้เสียงเพียง 49 เสียง ดูทรงแล้ว CLARITY Act ไม่น่าผ่านในเร็ว ๆ นี้!!

*CLARITY Act เจอทางตัน !! วุฒิสภาได้แค่ 49 เสียง จากที่ต้องการ 60

กฎหมายคริปโทที่อุตสาหกรรมสหรัฐฯ ผลักดันกันมาหลายปี ไปต่อไม่ได้แล้ว เพราะ CLARITY Act เพิ่งถูกโหวตในวุฒิสภา เมื่อวันที่ 15 ที่ผ่านมา ผลออกมา 49 ต่อ 50 แต่ขั้นตอนนี้ต้องการถึง 60 เสียง ร่างถึงจะสามารถเดินหน้าต่อได้

ย้ำว่า นี่ไม่ใช่การโหวตผ่านกฎหมายขั้นสุดท้าย แต่เป็น Procedural Vote เพื่อเปิดทางให้วุฒิสภาพิจารณาร่างต่อ และ 49 เสียงก็สะท้อนว่าตอนนี้เสียงสนับสนุนยังห่างจาก 60

แล้ว CLARITY Act สำคัญอย่างไร?

กฎหมายนี้พยายาม ตอบคำถามที่วงการคริปโทสหรัฐฯ เถียงกันมานานว่า Crypto ตัวไหนอยู่ภายใต้ใคร? ก.ล.ต.สหรัฐ (SEC) หรือ คณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสัญญาสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าของสหรัฐ (CFTC)? และจะวางกติกาตลาด Spot Crypto อย่างไร โดยหนึ่งในแกนสำคัญคือเพิ่มบทบาทให้ CFTC ดูแลตลาด Spot มากขึ้น

จริง ๆ ทั้ง 2 พรรค มีการเจรจากันมาก่อนหน้า และมีการร่างประนีประนอมยาวกว่า 600 หน้า แต่สุดท้ายยังตกลงกันไม่ได้หลายเรื่อง โดยเฉพาะ กฎด้านจริยธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับธุรกิจคริปโทฯ แถมรอบนี้ไม่ได้มีแค่ Democrats ที่โหวต No แต่ Republicans บางส่วนก็ไม่เอาด้วย ทำให้จบที่ 49 ต่อ 50 เสียง

หลังผลโหวต เหรียญ XRP ร่วงเกือบ 10%, ETH และ SOL ประมาณ 5% ส่วน Bitcoin ลงเกือบ 3% มาแถว 76,000 ดอลลาร์ แม้การเคลื่อนไหวของราคาในช่วงเดียวกันจะมีปัจจัยตลาดอื่นร่วมด้วย

แล้วจากนี้ใครจะกำกับ Crypto? ย่อมต้องเป็น SEC สหรัฐ และ CFTC ที่ยังคงออกกฎและแนวทางได้ แต่ปัญหาคือ กฎจาก Regulator เปลี่ยนได้ง่ายกว่ากฎหมายที่ผ่าน Congress เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ยังไม่จบ CLARITY Act อาจต้องกลับไปเจรจากันใหม่ หรือรอดูเกมการเมืองหลัง Midterm Election วันที่ 3 พฤศจิกายน และ Congress ชุดใหม่ต้นปีหน้า

จุดสำคัญของข่าวนี้ไม่ใช่ สหรัฐฯ ไม่เอา Crypto เพราะปีที่แล้ว GENIUS Act เรื่อง Stablecoin ผ่านเป็นกฎหมายไปแล้ว แต่ CLARITY Act ใหญ่และซับซ้อนกว่ามาก เพราะกำลังแบ่งเส้นว่าตลาด Crypto ทั้งตลาด ใครจะมีอำนาจกำกับอะไร

รอบนี้ 49 เสียง จากที่ต้องการ 60 สหรัฐฯ น่าจะอยากได้กติกา Crypto ที่ชัดขึ้น แต่ยังตกลงกันไม่ได้ว่า กติกานั้นควรเป็นแบบไหน??

*CoinEx ประกาศปิด หลังเปิดมา 9 ปี! ผู้ใช้ต้องถอนเงินก่อน 22 ธ.ค. นี้!!

Exchange คริปโทเก่าแก่ อีกเจ้ากำลังหายไปจากตลาด!! ทาง CoinEx ประกาศปิดกิจการวันที่ 22 ธันวาคมนี้ ตรงกับวันครบรอบ 9 ปีที่เปิดให้บริการพอดี ใครมีเงินหรือคริปโทฯ อยู่ใน CoinEx ต้องถอนออกภายในวันที่ 22 ธันวาคม!!

ทางด้าน Haipo Yang ผู้ก่อตั้งยอมรับตรง ๆ ว่า CoinEx ไม่สามารถขึ้นมาเป็น Exchange ชั้นนำได้ โดยเปิดเผยว่าการทำ Exchange ทุกวันนี้ ทั้งเรื่อง Security และ Compliance ยากขึ้นเรื่อย ๆ และจริง ๆ เขาเคยคิดจะขาย CoinEx ด้วย แต่สุดท้ายเลือกไม่ขาย เพราะอยากให้ธุรกิจจบแบบ Clean Ending

เมื่อดูจากตัวเลขก็เห็นการแข่งขันชัด CoinEx มี Trading Volume 24 ชั่วโมงประมาณ 70 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ CoinW อยู่ประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์ และ Gate ประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์ ต่างกันเป็นสิบ ๆ เท่า

และ CoinEx ไม่ใช่เจ้าเดียวที่ต้องปิดตัวลง เพราะเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา BitMEX และ BitMart ก็ประกาศปิดกิจการหลังอยู่ในตลาดมาหลายปี ภาพที่เริ่มเห็นคือ ตลาด Exchanges กำลัง Consolidate Volume และผู้ใช้งานก็ไหลไปกระจุกอยู่กับผู้เล่นรายใหญ่ ขณะที่ Exchange ขนาดกลางต้องแบกทั้งต้นทุน Security, Compliance และการแข่งขันที่สูงขึ้น

หากเราดูดี ๆ Exchange เปิดมานาน ไม่ได้แปลว่าจะอยู่ตลอดไป CoinEx อยู่มา 9 ปี วันนี้ยังเลือกปิดเองได้ เพราะฉะนั้นถ้าเรามีสินทรัพย์อยู่บน Exchange ไหนก็ตาม ต้องตามข่าวของแพลตฟอร์มที่เราใช้อยู่เสมอ และสำหรับคนที่ใช้ CoinEx ตอนนี้ วันที่สำคัญที่สุดคือ 22 ธันวาคม อย่าลืมถอนสินทรัพย์ออกให้เรียบร้อย!!

*Celsius ฟ้อง BitMEX เรียกคืน 6,360 BTC จากเหตุ Liquidation เมื่อ 6 ปีก่อน

จำ Celsius ที่ล้มละลายไปเมื่อปี 2022 ได้ไหม ล่าสุด หน่วยงานกองทรัพย์สินของ Celsius กำลังไล่เอา Bitcoin คืนจาก BitMEX ถึง 6,360 BTC มูลค่าปัจจุบันประมาณ 495 ล้านดอลลาร์

เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปถึงเดือนมีนาคม 2020 ตอนตลาดพังช่วงโควิด ตอนนั้น Celsius มี Position แบบ Leverage อยู่บน BitMEX แล้วถูก Liquidate เสียไปประมาณ 1,326 BTC อีกกองทุนชื่อ JST โดนอีกประมาณ 5,034 BTC และภายหลังโอนสิทธิเรียกร้องให้ Celsius คิดรวมเป็น 6,360 BTC

ปัญหาคือ Celsius กำลังกล่าวหาว่า BitMEX ไม่ได้ขาย Bitcoin แค่เท่าที่จำเป็นเพื่อปิด Position แต่ เก็บ Bitcoin ส่วนเกินจากการ Liquidate ที่ควรคืนลูกค้าเอาไว้ และ Celsius ไม่ได้เรียกเงินตามราคา Bitcoin ตอนปี 2020 แต่กลับเรียก Bitcoin คืนทั้ง 6,360 BTC คิดวันนี้ ก็ตีเป็นเงินประมาณ 495 ล้านดอลลาร์

คดีนี้ยังแรงตรงที่ Celsius กล่าวหาว่า BitMEX คุมทั้งระบบที่ใช้ Liquidate Position และ Insurance Fund ที่รับสินทรัพย์จากการ Liquidate บางส่วน เลยเกิดเป็นคำถามว่า Exchange มีผลประโยชน์จากการ Liquidate ของลูกค้าหรือเปล่า

แต่ตรงนี้ต้องย้ำว่าทั้งหมดยังเป็น ข้อกล่าวหาในคำฟ้อง ศาลยังไม่ได้ตัดสินว่า BitMEX ทำผิด แต่ Timing ก็พอดีเหลือเกิน เพราะ BitMEX ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2014 กำลังจะหยุดให้บริการซื้อขายวันที่ 23 กันยายนนี้แล้ว ส่วน Celsius เองก็ล้มละลายมาตั้งแต่ปี 2022 และกำลังตามเก็บทรัพย์สินกลับมาเพื่อชำระคืนเจ้าหนี้ ถ้าคดีนี้ชนะ Bitcoin ที่ถูก Liquidate ไปเมื่อ 6 ปีก่อน อาจกลายเป็นทรัพย์สินเกือบ 500 ล้านดอลลาร์ที่ถูกดึงกลับเข้ากองล้มละลาย

เรื่องนี้เตือนเรื่อง Leverage ได้ดีมาก เพราะเวลาเราโดน Liquidate เรามักคิดว่าเรื่องจบตรง Position ถูกปิด แต่คดีนี้กำลังถามลึกกว่านั้นว่า หลัง Liquidate แล้ว หลักประกันของลูกค้าถูกจัดการยังไง และส่วนที่เหลือควรเป็นของใคร

แต่ 6 ปีผ่านไป Bitcoin ก้อนเดิมก็ยังเป็น Bitcoin ก้อนเดิม แต่วันนี้ 6,360 BTC มีมูลค่าเกือบครึ่งพันล้านดอลลาร์ สุดท้าย Celsius จะได้คืนหรือไม่ ต้องรอศาลตัดสิน!!

โดย ดวงกมล คล่องบุญจิต


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ