ภราดร แจงกยศ. ปรับเกณฑ์กู้ปี 69 ไม่กระทบผู้กู้เดิม-เร่งตามหนี้คนผิดนัด 2.6 ล้านคน

ข่าวทั่วไป Thursday September 17, 2026 18:10 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกระทู้ถามสดแทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ประเด็นปัญหากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่า จากการลงพื้นที่และรับข้อร้องเรียนจาก สส. พรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่า รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา โดยเน้นย้ำเจตนารมณ์ กยศ. ว่ามีหน้าที่ช่วยผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้เรียน แม้ที่ผ่านมาจะมีผู้มีฐานะเข้ามาแย่งสิทธิ์ไปบ้าง แต่รัฐบาลยังถือเป็นหน้าที่หลักในการส่งเสริมให้ทุกคนได้ศึกษาต่อตามความปรารถนา

สำหรับเกณฑ์การพิจารณาผู้กู้ยืม กยศ. เดิมเน้นเกณฑ์รายได้และฐานะทางครอบครัวเป็นหลัก ได้แก่ 1. รายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาทต่อปี 2. ครอบครัวถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3. ผู้ที่เคยได้รับเงินจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

นอกจากนี้ ในปี 2569 กยศ. ได้เพิ่มเกณฑ์สาขาอาชีพที่รัฐส่งเสริม เพื่อจับคู่ (Matching) ความต้องการของตลาดกับการผลิตนักศึกษา ป้องกันปัญหาเรียนจบแล้วตกงาน โดยการให้โอกาสผู้เรียนในสาขาที่ส่งเสริมก่อนไม่ใช่เพื่อประหยัดเงิน แต่เพื่อให้ผู้เรียนมีงานทำ โดยเกณฑ์ใหม่นี้จะบังคับใช้เฉพาะเด็กปี 1 ที่เพิ่งเริ่มยื่นกู้ใหม่เท่านั้น ไม่กระทบกับรุ่นพี่ปี 24 ที่เคยกู้เดิมอยู่แล้ว

ทั้งนี้ นายภราดร ได้ยกข้อมูลสถิติว่า สัดส่วนผู้ได้รับเงินกู้ยืมส่วนใหญ่ยังคงเป็นผู้เรียนในสาขาทั่วไป ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 62% และ 34% แสดงให้เห็นว่า

1. ผู้เรียนในสาขาที่ไม่ได้ส่งเสริมก็ยังคงได้รับเงินกู้ยืมเป็นส่วนใหญ่

2. ผู้เรียนในสาขาที่ส่งเสริมยังมีจำนวนน้อยอยู่มาก และการเพิ่มเกณฑ์ดังกล่าวไม่ได้ทำให้ผู้กู้กู้ได้น้อยลงอย่างที่กังวล แต่หากไม่เร่งส่งเสริมให้เรียนตรงสาขา ในอนาคตจะมีปัญหาการว่างงานตามมา

ส่วนกรณีที่มหาวิทยาลัยบางแห่งแจ้งนักศึกษาในเทอมแรกว่า หาก กยศ. ยังไม่อนุมัติเงินจะไม่ให้เข้าสอบนั้น นายภราดร ได้รับปากและยืนยันว่าจะประสานไปยัง นายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อเข้าพูดคุยกับมหาวิทยาลัยเป็นการด่วน เพื่อให้เกิดความมั่นใจ

ทั้งนี้ นายภราดร ได้เปิดเผยสถิติและโจทย์ใหญ่ในการบริหารจัดการเงินคืนกองทุน โดยระบุว่า แต่ละปี กยศ. เรียกเก็บเงินคืนเข้าสู่กองทุนได้ปีละ 2.72.8 หมื่นล้านบาท แม้จะมากพอสมควรแต่ควรเก็บได้มากกว่านี้ โดยตัวเลขผู้อยู่ในระบบที่จะต้องชำระเงินคืน มีทั้งหมด 3.6 ล้านคน แต่ชำระจริงเพียง 1 ล้านคนเท่านั้น อีก 2.6 ล้านคนเป็นผู้ผิดนัดชำระทั้งหมด

ทั้งนี้ หากสามารถบริหารจัดการกลุ่มผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน ให้จ่ายคืนได้แค่ครึ่งเดียว จะสามารถเพิ่มยอดเก็บเงินเข้ากองทุนจาก 2.72.8 หมื่นล้านบาท เป็น 45 หมื่นล้านบาท โดยที่รัฐแทบไม่ต้องสมทบเงิน

เป็นโจทย์ใหญ่ที่ กยศ. ต้องไปหาแนวทางบริหารจัดการกองทุน และหาเงินคืนมาจากผู้ผิดนัดทั้ง 2.6 ล้านคน ที่มีกำลังการจ่ายจะได้แบบไหน แต่ กยศ. ไม่มีแนวทางขูดเลือดกับปู คนไม่มีรายได้ ทำงานจริงๆ จะไม่ขูดเลือดกับปู แต่คำถามคือคนมีกำลังแล้ว แต่ไม่ใช้ จะให้คนแบบนี้มาเอาเปรียบคนมีวินัยหรือ ต้องไปหาวิธีเก็บหนี้จากคนมีกำลัง ให้จ่ายได้เพื่อเอาไปต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ นี่คือแนวทางที่ถูก นายภราดร กล่าว

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ