ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงในวันศุกร์ (18 ก.ย.) โดยหุ้นกลุ่มการเงินกดดันตลาด หลังสัปดาห์นี้เต็มไปด้วยการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจและการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่าง ๆ
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,659.13 จุด ลดลง 157.01 จุด หรือ -1.45% แต่ยังเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในรอบสัปดาห์นี้
หุ้นกลุ่มการเงินเป็นปัจจัยกดดันดัชนีมากที่สุด โดยหุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลง 2.1% นำโดยหุ้น Lloyds และ HSBC ร่วงลง 2.9% และ 1.6% ตามลำดับ
หุ้นกลุ่มโทรคมนาคมร่วงลงมากที่สุดเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยดิ่งลง 4.8% ขณะที่หุ้น Airtel Africa ดิ่งลง 11.3% หลังมีรายงานว่า Airtel Money กำลังพิจารณาปรับลดขนาดการเสนอขายหุ้น IPO ในตลาดลอนดอน
ในทางตรงกันข้าม หุ้นกลุ่มก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น 1.3% นำโดยหุ้น Galliford Try
ข้อมูลเศรษฐกิจระบุว่า ผู้บริโภคชาวอังกฤษเพิ่มการใช้จ่ายในเดือนส.ค.โดยไม่คาดคิด แม้ลดการซื้อเชื้อเพลิงลงหลังราคาปรับตัวสูงขึ้น
รายงานดังกล่าวมีขึ้น 1 วันหลังธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติคงอัตราดอกเบี้ย แต่เตือนว่าผู้กำหนดนโยบายอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นต้นทุนการกู้ยืม หากสงครามในอิหร่านยืดเยื้อ
บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งปรับมุมมองเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยหลังการประชุมดังกล่าว โดย Barclays เป็นอีกแห่งที่คาดว่า BoE จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนพ.ย. เช่นเดียวกับ J.P.Morgan
นอกจากนี้ ธนาคารกลางอังกฤษยังระงับการขายพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษเป็นเวลา 6 เดือนเมื่อวันพฤหัสบดี และยุติการขายพันธบัตรรัฐบาลอายุยาวโดยสิ้นเชิง หลังตลาดพันธบัตรทั่วโลกเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านั้น โดยพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษเริ่มทรงตัวในวันศุกร์ หลังจากปรับตัวขึ้นในวันก่อนหน้า
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในสัปดาห์นี้ พร้อมย้ำจุดยืนในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ
บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกซบเซาลง เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในตลาดพัฒนาแล้วที่อยู่ในระดับสูงกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยง
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช