ตลาดหุ้นเวียดนามได้รับการนำเข้าคำนวณในดัชนีตลาดเกิดใหม่ขั้นรอง (Secondary Emerging Market) ของฟุตซี รัสเซลล์ (FTSE Russell) อย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ (21 ก.ย.) ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของตลาดทุนเวียดนาม หลังจากเดินหน้าปฏิรูปเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ฟุตซี รัสเซลล์ ผู้จัดทำดัชนีระดับโลก ประเมินว่า การปรับสถานะครั้งนี้อาจส่งผลให้มีเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าสู่เวียดนามสูงถึง 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากเวียดนามถูกจัดให้อยู่ในรายชื่อเฝ้าสังเกตการณ์ (Watchlist) มาตั้งแต่ปี 2561 เพื่อเข้าสู่กลุ่มตลาดเกิดใหม่ ซึ่งมีตลาดใหญ่อย่างจีนและอินเดียรวมอยู่ด้วย
ความคาดหวังต่อการยกระดับสถานะดังกล่าวได้ช่วยฟื้นความสนใจของนักลงทุนต่างชาติต่อตลาดหุ้นเวียดนาม โดยข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ระบุว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิหุ้นเวียดนามรวม 2.7 ล้านล้านดง (ราว 104 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) อย่างไรก็ดี หากนับยอดขายสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปี (YTD) ยังคงอยู่ที่ประมาณ 91 ล้านล้านดง
ด้าน โทมัส เหงียน ผู้บริหารสายงานตลาดต่างประเทศของ เอสเอสไอ ซีเคียวริตีส์ คอร์ปอเรชัน (SSI Securities Corporation) ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์รายใหญ่อันดับสองของเวียดนามตามส่วนแบ่งการตลาด ระบุว่า หลังผ่านช่วงตื่นเต้นรับข่าวในระยะแรก ความสนใจของตลาดอาจเริ่มชะลอลง และคาดว่าบรรยากาศการซื้อขายจะค่อนข้างทรงตัวไปจนกว่าจะใกล้ถึงปี 2570
ทั้งนี้ การทยอยนำหุ้นเวียดนามเข้าคำนวณในดัชนีจะแบ่งเป็น 4 ระยะไปจนถึงปี 2570 โดยเริ่มปรับสัดส่วน 10% ในเดือนก.ย. นี้ จากนั้นจะเพิ่มอีก 20% ในเดือนมี.ค. ปีหน้า และอีกรอบละ 35% ในเดือนมิ.ย. และก.ย. ของปีหน้าตามลำดับ
เมื่อเราเข้าใกล้งวดการปรับน้ำหนักเข้าดัชนีรอบถัดไปในเดือนมี.ค. ความสนใจของตลาดก็น่าจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง และด้วยสัดส่วนเม็ดเงินจัดสรรที่มีขนาดใหญ่ขึ้น นักลงทุนในประเทศก็น่าจะเห็นผลกระทบต่อตลาดได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เหงียนกล่าว
ผลจากการปรับสถานะในครั้งนี้ยังทำให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำระดับโลกอย่าง แวนการ์ด (Vanguard) วางแผนที่จะเพิ่มเม็ดเงินลงทุนในเวียดนามเป็นประมาณ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นเวียดนามยังเผชิญความท้าทายบางประการ โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านเพดานการถือครองหุ้นของชาวต่างชาติ และข้อจำกัดด้านสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนอิสระ (Free-float) ในบางบริษัท
ขณะเดียวกัน หมุดหมายสำคัญนี้ยังจุดประกายความหวังว่า ตลาดหุ้นเวียดนามอาจได้รับการยกระดับเข้าสู่ดัชนี MSCI ในอนาคต โดยกลุ่มนักลงทุนมองว่า การเตรียมเปิดตัวระบบสำนักหักบัญชีกลาง (CCP) ที่คาดว่าจะเริ่มใช้ในปี 2570 จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เวียดนามบรรลุเกณฑ์การเข้าถึงตลาดของ MSCI
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/รัตนา พงศ์ทวิช