World Today: ประเด็นข่าวต่างประเทศน่าติดตามวันนี้

ข่าวต่างประเทศ Monday October 26, 2026 07:23 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

  • ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ (26 ต.ค.) ส่วนดัชนี S&P500 ฟิวเจอร์ และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันชะลอตัวลง

ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ปรับตัวขึ้น 128 จุด หรือ 0.2% ขณะที่ดัชนี S&P500 ฟิวเจอร์ ปรับตัวขึ้น 0.4% และดัชนี Nasdaq-100 ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้น 0.6%

ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ปรับตัวลง 1.21 ดอลลาร์ หรือ 1.17% มาอยู่ที่ระดับ 102.06 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงเช้าวันนี้ โดยราคาอ่อนตัวลงหลังจากที่พุ่งแรงกว่า 3.8% ในวันศุกร์ (23 ต.ค.) อันเนื่องมาจากรายงานข่าวที่ว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลอาจกำลังวางแผนโจมตีอิหร่านอีกระลอก ภายหลังการเลือกตั้งการเทอมในสหรัฐฯ

  • นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนจำนวนมากในปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยบริษัท Alphabet และ Microsoft มีกำหนดรายงานผลประกอบการหลังจากวอลล์สตรีทปิดทำการในวันพุธ (28 ต.ค.) จากนั้นบริษัท Amazon จะรายงานผลประกอบการในวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.)
  • ตลาดการเงินรอดูผลการประชุมของธนาคารกลางต่าง ๆ ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงิน ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นในหลายประเทศ โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะแถลงมติอัตราดอกเบี้ยในวันพุธที่ 28 ต.ค., ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะประกาศอัตราดอกเบี้ยในวันพฤหัสบดีที่ 29 ต.ค. และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะแถลงมติการประชุมในวันศุกร์ที่ 30 ต.ค.
  • รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศปรับเปลี่ยนมาตรการภาษีศุลกากรต่อสินค้าจากแคนาดา โดยยกเว้นภาษีให้สินค้าบางรายการ แต่เพิ่มภาษีสินค้าอื่น ๆ ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามในช่วงนาทีสุดท้ายที่จะช่วยลดภาระให้เกษตรกรสหรัฐฯ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

สินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีประกอบด้วยกระดาษลูกฟูก อุปกรณ์ทำความเย็น ไม้อัด และเครื่องจักรสำหรับบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเกษตรกรและผู้เพาะปลูกในรัฐเมนใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยก่อนหน้านี้สินค้ากลุ่มดังกล่าวต้องเผชิญภาษีนำเข้า 50% ตามมาตรการที่ทรัมป์ประกาศใช้กับสินค้าหลากหลายประเภทจากแคนาดาเมื่อเดือนก.ค.

ส่วนสินค้าจากแคนาดาที่จะถูกเรียกเก็บภาษีใหม่ ได้แก่ ผงโกโก้ พื้นไวนิล แชมพู เรือแคนู ชิ้นส่วนเรือยอชต์ พรม และอุปกรณ์ยิงธนู โดยมาตรการภาษีใหม่จะมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 30 ต.ค.

  • รัฐบาลอังกฤษประกาศว่าจะจัดสรรงบประมาณราว 600 ล้านปอนด์ (800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเน้นการรับมือภัยคุกคามทางชีวภาพ การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

งบประมาณส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในโครงการริเริ่มด้านความมั่นคงทางชีวภาพโครงการใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพของอังกฤษในการตรวจจับและรับมือภัยคุกคามทางชีวภาพที่เกิดขึ้นใหม่ โดยแบ่งเป็นงบประมาณ 100 ล้านปอนด์สำหรับจัดตั้งห้องปฏิบัติการ AI เพื่อค้นหาภัยคุกคามทางชีวภาพ และอีก 65 ล้านปอนด์สำหรับพัฒนามาตรการรับมือเชื้อก่อโรคอันตราย

  • มูดี้ส์ (Moodys) คงอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสไว้ที่ Aa3 แม้ประเทศกำลังเผชิญความไม่สงบทางสังคมและความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น พร้อมคงแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือเป็นลบ สะท้อนความกังวลว่าความแตกแยกทางการเมืองอาจเป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศและการแก้ไขปัญหาการคลัง

มูดี้ส์ระบุในรายงานล่าสุดว่า แนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือเป็นลบสะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากความแตกแยกทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของสถาบันนิติบัญญัติของฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากสถาบันต่าง ๆ ของประเทศสามารถลดการขาดดุลงบประมาณได้ มูดี้ส์ก็อาจปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือกลับสู่ระดับมีเสถียรภาพ

แม้มูดี้ส์จะคงอันดับ Aa3 ไว้ในระดับคุณภาพเครดิตสูง (High Grade) แต่ฝรั่งเศสยังเผชิญแรงกดดันจากการประท้วงและต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มสูงขึ้น จนนักลงทุนต่างจับตาการตัดสินใจด้านอันดับความน่าเชื่อถือครั้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยูโรโซน

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าอาจเปิดฉากโจมตีอิหร่านทางทหารอีกครั้ง หลังระบุว่าสหรัฐฯ สามารถยึดน้ำมันทั้งหมดของอิหร่าน หรือแม้แต่เข้าควบคุมอิหร่านทั้งประเทศได้ ท่ามกลางรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังวางแผนโจมตีอิหร่านระลอกใหม่หลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ (23 ต.ค.) ขณะเดินทางออกจากทำเนียบขาวเพื่อไปร่วมการปราศรัยทางการเมืองในรัฐฟลอริดาว่า ขณะนี้อิหร่านมีขีดความสามารถในการตอบโต้ไม่มากนัก และสหรัฐฯ สามารถยึดน้ำมันทั้งหมดของอิหร่านได้ หากต้องการ รวมถึงเข้าควบคุมประเทศทั้งประเทศด้วย

  • ประชาชนหลายพันคนรวมตัวเดินขบวนในกรุงลิสบอน เมืองปอร์โต และเมืองโกอิมบรา เมื่อวันเสาร์ (24 ต.ค.) ที่ผ่านมา ในการประท้วงเรียกร้องสิทธิที่อยู่อาศัยรอบล่าสุด ซึ่งดำเนินติดต่อกันมาเกือบ 3 สัปดาห์แล้ว โดยกลุ่มเคลื่อนไหวภาคประชาสังคมยังคงเดินหน้ากดดันให้รัฐบาลบังคับใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อแก้ไขวิกฤตที่อยู่อาศัย

ในกรุงลิสบอน กลุ่มผู้ประท้วงรวมตัวกันตามแนวถนนอาเวนิดา ดา ลิเบอร์ดาเด (Avenida da Liberdade) และเดินตามหลังรถบรรทุกติดตั้งเครื่องเสียงเปิดดนตรี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปิดการจราจรเพราะจำนวนฝูงชนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ส่วนที่เมืองปอร์โต ประชาชนหลายร้อยคนได้มารวมตัวกันที่จัตุรัสปราซา ดา บาตาลยา (Praca da Batalha) ก่อนจะเดินขบวนผ่านใจกลางเมืองไปยังจัตุรัสปราซา ดง ฌูเอาว์ ที่ 1 (Praca D. Joao I) ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของการเคลื่อนไหวมาตั้งแต่การประท้วงเริ่มขึ้นเมื่อสองสัปดาห์ก่อน

  • จีนได้แสดงความกังวลและคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อข้อเสนอด้านระเบียบข้อบังคับล่าสุดของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งมุ่งขยายขอบเขตและเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการจำกัดการลงทุนขาออกในจีน โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติ และเห็นได้ชัดว่าเป็นการนำแนวคิดเรื่องความมั่นคงแห่งชาติมาใช้เกินขอบเขต

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนกล่าวข้อความข้างต้น เพื่อตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนเกี่ยวกับกรณีที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เสนอให้ปรับปรุงโครงการความมั่นคงด้านการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชน

  • โจโก ซิสวันโต ประธาน SKK Migas ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาลที่กำกับดูแลภาคพลังงานน้ำมันและก๊าซของอินโดนีเซีย ระบุในแถลงการณ์ว่า อินโดนีเซียจะลดปริมาณการจัดส่งก๊าซไปยังสิงคโปร์รวมทั้งสิ้น 31 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพื่อสำรองไว้ใช้ผลิตไฟฟ้าและเสริมความมั่นคงพลังงานภายในประเทศ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทั้งสองประเทศกำลังขัดแย้งกันอย่างหนักเกี่ยวกับปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งมีสาเหตุมาจากไฟป่าที่อินโดนีเซีย

ด้านหน่วยงานกำกับดูแลตลาดพลังงานของสิงคโปร์ (EMA) เปิดเผยหลังมีรายงานข่าวดังกล่าวว่า ปริมาณการจัดส่งก๊าซที่ลดลงจากอินโดนีเซีย คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 2% ของความต้องการใช้ก๊าซรายวันทั้งหมดของสิงคโปร์

โดย รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ