ยอดขายรถยนต์แบรนด์จีนแซงญี่ปุ่นครั้งแรกในยุโรป ควัา ส่วนแบ่งตลาด 12.7%

ข่าวต่างประเทศ Tuesday October 27, 2026 11:25 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ค่ายรถยนต์จีนทำยอดขายแซงหน้าค่ายรถญี่ปุ่นในยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบไตรมาส หลังยอดจดทะเบียนรถยนต์แบรนด์จีนเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตลาดยุโรป

ดาต้าฟอร์ซ (Dataforce) บริษัทวิจัยตลาดยานยนต์ ระบุว่า ยอดจดทะเบียนรถยนต์แบรนด์จีนในช่วงเดือนก.ค.-ก.ย. เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปีก่อน ส่งผลให้มีส่วนแบ่งตลาด 12.7% แซงหน้าผู้ผลิตญี่ปุ่นที่มีส่วนแบ่งตลาด 11.9% โดยได้แรงหนุนสำคัญจากรถยนต์ไฮบริด

เฉพาะเดือนก.ย. ส่วนแบ่งตลาดรถยนต์จีนเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 14.5% เพิ่มขึ้นเกือบ 3 จุดเปอร์เซ็นต์จากเดือนส.ค.

แม้ผู้ผลิตรถยุโรปอย่างโฟล์คสวาเกน (Volkswagen) และเรโนลต์ (Renault) ยังคงครองตลาดส่วนใหญ่ แต่รถยนต์แบรนด์จีนมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเพียงราว 1% เมื่อ 5 ปีก่อน โดยเฉพาะในอังกฤษ ซึ่งรถเอสยูวี Jaecoo 7 ของเชอรี (Chery) ขึ้นแท่นรถยนต์ขายดีที่สุดในเดือนมี.ค. และก.ย.

ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปกำลังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในจีน โดยผู้บริโภคหันไปซื้อรถยนต์แบรนด์ท้องถิ่นมากขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตจีนเปิดตัวรถรุ่นใหม่ได้รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำกว่า ส่วนความต้องการรถยนต์ในจีนที่ชะลอตัวลงผลักดันให้ BYD และผู้ผลิตจีนรายอื่นเร่งขยายตลาดในต่างประเทศ

เมื่อต้นเดือน เชอรี, บีวายดี (BYD) และซีคร์ (Zeekr) แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าในเครือจีลี่ (Geely) นำรถรุ่นใหม่เข้าจัดแสดงในงานปารีส มอเตอร์ โชว์ โดยมีทั้งรถยนต์ราคาจับต้องได้และรถที่พัฒนาสำหรับตลาดยุโรปโดยเฉพาะ เช่น BYD Dolphin G DM-i รถไฮบริดแบบเสียบปลั๊กขนาดเล็ก นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงยังอาจช่วยหนุนความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค และเปิดโอกาสให้ค่ายรถจีนเพิ่มยอดขายได้อีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม สหภาพยุโรป (EU) พยายามสกัดการขยายตัวของรถยนต์จีน ซึ่งได้รับแรงหนุนส่วนหนึ่งจากเงินอุดหนุนของรัฐบาลจีน ก่อนหน้านี้ EU เรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ที่ผลิตในจีน และล่าสุดเห็นชอบในหลักการที่จะจำกัดการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดจากจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ สหภาพยุโรปกำลังพิจารณากฎใหม่เพื่อสนับสนุนรถยนต์ที่ผลิตในยุโรป โดยอาจกำหนดให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีบางประเภทสำหรับบริษัทที่จัดซื้อรถยนต์มาใช้ในธุรกิจขึ้นอยู่กับแหล่งผลิตของรถยนต์ด้วย มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลต่อตลาดอย่างมากในประเทศอย่างเยอรมนี ซึ่งบริษัทต่าง ๆ เป็นผู้ซื้อรถยนต์รายสำคัญ

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ