เจอราลโด อัลก์มิน รองประธานาธิบดีบราซิล ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ระบุว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลดูเหมือนมีการทุจริต พร้อมยืนยันว่าไม่มีหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาดังกล่าว
อัลก์มินกล่าวเมื่อวันจันทร์ (26 ต.ค.) ว่า ไม่มีประเทศใดควรแทรกแซงการเมืองของประเทศอื่น ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐาน พร้อมเสริมว่า บราซิลเป็นตัวอย่างให้แก่ทั่วโลกในด้านการลงคะแนนเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์และมาตรการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยประชาธิปไตยหมายถึงผู้สมัครอาจชนะหรือแพ้การเลือกตั้ง และประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลดูเหมือนเป็นการเลือกตั้งที่มีการโกงอีกครั้ง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการขยายเวลาลงคะแนนเสียงเป็นเรื่องแปลก
สื่อท้องถิ่นของบราซิลรายงานโดยอ้างข้อมูลจากศาลการเลือกตั้งสูงสุดว่า มีการลงคะแนนเสียงเพียงประมาณ 34,000 คะแนนหลังเวลาปิดหีบเดิมคือ 17.00 น. ของวันอาทิตย์ (25 ต.ค.) คิดเป็นเพียง 0.03% ของบัตรลงคะแนนทั้งหมด
ข้อมูลดังกล่าวชี้ว่า คะแนนเสียงที่ลงหลังเวลาปิดหีบเดิมไม่ได้เป็นปัจจัยชี้ขาดชัยชนะของลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิลคนปัจจุบัน ซึ่งเอาชนะ ฟลาวิโอ โบลโซนาโร คู่แข่งจากพรรคเสรีนิยม ด้วยคะแนนนำเกือบ 4.4 ล้านคะแนน และได้รับคะแนนเสียง 51.79% ของคะแนนทั้งหมด
ก่อนหน้านั้นในวันอาทิตย์ (25 ต.ค.) ศาลสูงสุดแห่งบราซิลมีคำสั่งขยายเวลาลงคะแนนเสียงออกไปอีก 2 ชั่วโมง จนถึง 19.00 น. หลังมีรายงานว่าปัญหาการขนส่งสาธารณะและฝนตกหนักทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางส่วนเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้งได้ยาก ทั้งนี้ หน่วยเลือกตั้งที่ปิดไปแล้วตามกำหนดเวลาเดิมไม่ได้เปิดให้ลงคะแนนอีกครั้ง
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช