บิตคอยน์ปรับตัวลงต่อเนื่องในวันนี้ (27 ต.ค.) โดยราคาร่วงหลุดระดับ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ หลัง Strategy บริษัทจดทะเบียนที่ถือครองบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุด ระงับการซื้อบิตคอยน์เพิ่มเติมชั่วคราว ขณะที่นักลงทุนลดความเสี่ยงก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์นี้
ณ เวลา 12.43 น. ตามเวลาประเทศไทย ราคาบิตคอยน์ [BTC.X] ลดลง 0.5% มาอยู่ที่ 79,830.3 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ราคาหลุดกรอบ 80,000-87,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ภายในกรอบนี้ตลอดเดือนที่ผ่านมา ส่วนราคาอีเธอร์ [ETH.X] ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ปรับตัวลง 0.6% มาอยู่ที่ 2,307.01 ดอลลาร์สหรัฐ
แรงกดดันยังครอบคลุมตลาดคริปโทเคอร์เรนซีโดยรวม แม้ราคาน้ำมันปรับตัวลง และตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้นในช่วงข้ามคืนโดยมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นแรงหนุน แต่ปัจจัยเหล่านี้แทบไม่ได้ช่วยพยุงราคาคริปโทเคอร์เรนซีมากนัก
Strategy เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์วันที่ 19-25 ต.ค. 2569 บริษัทไม่ได้ซื้อหรือขายบิตคอยน์ และไม่ได้ขายหุ้นผ่านโครงการเสนอขายหุ้นตามราคาตลาด (at-the-market program)
ณ วันที่ 25 ต.ค. บริษัทถือครองบิตคอยน์จำนวน 848,517 เหรียญ BTC โดยมีมูลค่าซื้อสะสมรวม 6.402 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 75,446 ดอลลาร์สหรัฐต่อ BTC ซึ่งรวมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้ว
ในช่วงเวลาเดียวกัน Strategy ซื้อหุ้นบุริมสิทธิ STRC ของตนเองคืนจำนวน 2,068,459 หุ้น คิดเป็นมูลค่า 204.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยใช้เงินสดสำรองสกุลดอลลาร์สหรัฐในการชำระเงิน และไม่ได้ซื้อคืนหลักทรัพย์ประเภทอื่น
Strategy ไม่ได้ชี้แจงเหตุผลที่หยุดซื้อบิตคอยน์เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม การพักซื้อครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณลบต่อตลาด โดยเฉพาะเมื่อก่อนหน้านี้ Strategy เคยขายบิตคอยน์ที่ถือครองบางส่วนออกมาในปีนี้
นอกจากความเคลื่อนไหวของ Strategy แล้ว นักลงทุนยังระมัดระวังการลงทุนในสินทรัพย์เก็งกำไรก่อนที่เฟดจะประกาศมติอัตราดอกเบี้ยในวันพุธนี้ โดยตลาดส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.0%
อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา อาจทำให้เฟดส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจกดดันตลาดคริปโทเคอร์เรนซี
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาทิศทางนโยบายการเงินจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งคาดว่าจะส่งสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางนโยบาย โดยตลาดคาดว่าธนาคารกลางทั้งสองแห่งจะยังคงมีจุดยืนคุมเข้มนโยบายการเงิน
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/รัตนา พงศ์ทวิช