จับตาพรรคอาหรับในอิสราเอล ตัวแปรสำคัญสกัด เนทันยาฮู นั่งเก้าอี้นายกฯ

ข่าวต่างประเทศ Wednesday October 28, 2026 20:20 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายอาห์หมัด ตีบี ซึ่งเป็นชาวอาหรับที่เป็นสมาชิกรัฐสภาอิสราเอล และเป็นประธานของพรรคทาอัล (Taal) ยืนยันในวันนี้ว่า กลุ่มจอยต์ลิสต์ (Joint List) ซึ่งเป็นพันธมิตรของพรรคการเมืองที่นำโดยชาวอาหรับ กำลังเจรจากับกลุ่มการเมืองที่ต่อต้านนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม หลังการเลือกตั้งบ่งชี้ว่าไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถครองเสียงข้างมากในสภา

ทั้งนี้ กลุ่มจอยต์ลิสต์เป็นพันธมิตรของพรรคการเมืองที่มีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นชาวอาหรับในอิสราเอล ประกอบด้วยพรรคทาอัล (Taal) พรรคบาลัด (Balad) และพรรคฮาดาช (Hadash)

ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุคาน เรเชต เบต ของรัฐบาลอิสราเอล นายตีบีกล่าวว่า กลุ่มจอยต์ลิสต์พร้อมให้ความช่วยเหลือกลุ่มการเมืองที่เรียกว่า กลุ่มเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Change Bloc) ในการโค่นอำนาจนายเนทันยาฮู

นายตีบีกล่าวโดยอ้างถึงผลการเลือกตั้งว่า เราได้ขัดขวางความเป็นไปได้ที่นายเนทันยาฮูจะจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จแล้ว

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนที่สนับสนุนเราต้องการให้เราดำเนินการมากกว่านั้น และเข้าไปมีอิทธิพลต่อการกำหนดทิศทางของระบบการเมืองหลังการเลือกตั้ง

ด้านนายยาอีร์ โกลัน ผู้นำพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มฝ่ายค้านที่นำโดยนายกาดี ไอเซนคอต อดีตเสนาธิการทหารสูงสุด เรียกร้องให้พันธมิตรของเขายุติการปฏิเสธที่จะร่วมมือกับพรรคการเมืองอาหรับ

นายโกลันโพสต์ข้อความบน X ว่า เราต้องไม่ยอมรับการเหยียดเชื้อชาติของนายเนทันยาฮูระหว่างคะแนนเสียงของชาวยิวกับคะแนนเสียงของชาวอาหรับอีกต่อไป

ขณะเดียวกัน นายยูเซฟ จาบารีน ประธานกลุ่มจอยต์ลิสต์ ก็แสดงความพร้อมที่จะช่วยให้นายไอเซนคอตเข้ามาแทนที่นายเนทันยาฮูเช่นกัน

นายจาบารีนกล่าวในแถลงการณ์ว่า ใครก็ตามที่ต้องการเสนอทางเลือกที่แท้จริงแทนรัฐบาลของนายเนทันยาฮู ซึ่งมีมือเปื้อนเลือด จะต้องเข้ามาพูดคุยกับเรา

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า เราพร้อมที่จะเปิดทางไปสู่การโค่นอำนาจนายเนทันยาฮู

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่การนับคะแนนเสียงยังคงดำเนินต่อไป หลังการเลือกตั้งที่ดูเหมือนว่าทั้งกลุ่มการเมืองฝ่ายขวาของนายเนทันยาฮู และกลุ่มคู่แข่งที่นำโดยนายกาดี ไอเซนคอต ต่างไม่สามารถคว้าที่นั่งได้ถึง 61 ที่นั่ง ซึ่งเป็นจำนวนที่จำเป็นสำหรับการครองเสียงข้างมากในรัฐสภา

จากการนับคะแนนไปแล้วประมาณ 77% กลุ่มพันธมิตรทางการเมืองของนายเนทันยาฮูคาดว่าจะได้รับ 54 ที่นั่ง จากทั้งหมด 120 ที่นั่งในรัฐสภาเนสเซต (Knesset) ของอิสราเอล เทียบกับ 49 ที่นั่งของกลุ่มของนายไอเซนคอต

ส่วนกลุ่มจอยต์ลิสต์และพรรคราอัม (Raam) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองมุสลิม คาดว่าจะได้รับที่นั่งรวมกัน 17 ที่นั่ง โดยในจำนวนนี้ 11 ที่นั่งเป็นของกลุ่มจอยต์ลิสต์

อย่างไรก็ตาม ทั้งนายเนทันยาฮูและนายไอเซนคอตต่างเคยประกาศจุดยืนว่าจะไม่จัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคการเมืองอาหรับ ซึ่งทำให้ความพยายามในการรวบรวมเสียงข้างมากเพื่อจัดตั้งรัฐบาลมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

ก่อนหน้านี้ นายไอเซนคอตได้ประกาศชัยชนะ หลังเอ็กซิตโพลแสดงให้เห็นว่ากลุ่มของเขามีคะแนนนำเล็กน้อย โดยนายไอเซนคอตอ้างว่าเขาควรได้รับสิทธิเป็นคนแรกในการจัดตั้งรัฐบาล

นายไอเซนคอตระบุในแถลงการณ์ผ่าน X ว่า ผลการสำรวจผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลังออกจากคูหาสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนหมดความเชื่อมั่นอย่างสิ้นเชิงต่อนายเนทันยาฮูและรัฐบาลของเขา ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในวันที่ 7 ตุลาคม

อย่างไรก็ดี เอ็กซิตโพลไม่ใช่ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งอิสราเอลจะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 พฤศจิกายน

ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งระบุว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 77.7% ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ ซึ่งเป็นอัตราการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงที่สุดในรอบ 27 ปี

สกุลเงินเชเกลของอิสราเอลอ่อนค่าลง 1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันนี้ ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเทลอาวีฟ 35 (Tel Aviv 35) ร่วงลง 2.7% หลังการเลือกตั้งบ่งชี้ว่าไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถครองเสียงข้างมากในสภา

นอกจากนี้ พันธบัตรรัฐบาลอิสราเอลเผชิญแรงกดดัน ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรต่างปรับตัวสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี เพิ่มขึ้น 0.06% ส่วนผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิง เพิ่มขึ้น 0.04% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี เพิ่มขึ้น 0.02%

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและราคาพันธบัตรจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกัน

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการเลือกตั้งระดับชาติครั้งแรกของอิสราเอลนับตั้งแต่กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 และสงครามที่เกิดขึ้นตามมาในฉนวนกาซา เลบานอน และอิหร่าน โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการลงประชามติเกี่ยวกับอำนาจทางการเมืองของนายเนทันยาฮู ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเมืองอิสราเอลมาตั้งแต่ปี 2552

เนื่องจากผลการเลือกตั้งในขณะนี้บ่งชี้ว่ายังไม่มีพรรคการเมืองใดได้รับเสียงข้างมากในรัฐสภา ทำให้พรรคการเมืองต่าง ๆ ต้องรวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาลผสม

ประธานาธิบดีอิสราเอลจะมอบหมายให้สมาชิกรัฐสภาคนหนึ่ง ซึ่งโดยทั่วไปเป็นผู้นำที่มีโอกาสมากที่สุดในการรวบรวมเสียงสนับสนุนให้ได้อย่างน้อย 61 ที่นั่ง เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งหากความพยายามดังกล่าวล้มเหลว ก็อาจต้องจัดการเลือกตั้งใหม่

ที่ผ่านมา กลุ่มผู้สนับสนุนนายเนทันยาฮูยกย่องเขาว่าสามารถนำพาอิสราเอลผ่านพ้นสงคราม และยืนหยัดต่อต้านแรงกดดันจากนานาชาติได้

อย่างไรก็ดี กลุ่มผู้คัดค้านนายเนทันยาฮูได้วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคดีทุจริตที่เขากำลังเผชิญอยู่ รวมทั้งความพยายามในการปฏิรูประบบตุลาการที่ก่อให้เกิดข้อถกเถียงอย่างรุนแรง และการบริหารจัดการสงครามในฉนวนกาซา ว่าเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเขาไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป

นอกจากนี้ นายเนทันยาฮูยังเผชิญหมายจับจากศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) จากกรณีการทำสงครามในฉนวนกาซา

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ