ตลาดหุ้นไทยต้นภาคเช้าวันนี้ร่วงกว่า 12 จุด รับแรงเทขายหุ้นใหญ่กดดัน นำโดย DELTA กลุ่มปิโตรเคมี และ กลุ่มโรงกลั่น ขณะที่ภาพรวมบรรยากาศลงทุนเป็นลบหลังต่างชาติกลับมาขายสุทธิ อีกทั้งแม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีมติคงดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาด แต่มีกรรมการเสียงข้างน้อย 2 คนที่เห็นว่าควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
เมื่อเวลา 10.06 น.ดัชนี SET มาอยู่ที่ 1,554.04 จุด ลดลง 12.06 จุด (-0.77%)
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ , IAA รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้า [SET.X] ร่วงลงไปกว่า 10 จุด ปัจจัยกดดันจาก 2 ประเด็น ได้แก่ การเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3/69 ของ DELTA ออกมาต่ำคาด
และความกังวลประเด็นนโยบายภาครัฐแทรกแซงด้านพลังงาน กดดันกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าการแทรกแซงของภาครัฐ ไม่ได้กระทบต่อกำไรของกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ แต่ช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นกลุ่มพลังงานเคลื่อนไหวดีมาตั้งแต่ต้นปี ทำให้เมื่อมีประเด็นดังกล่าวจึงเป็นจังหวะที่นักลงทุนขายทำกำไรออกมา เพราะคาดการณ์ผลประกอบการของกลุ่มพลังงานยังมีการเติบโตดี
นายกิจพณ กล่าวว่า วันนี้นักลงทุนหมุนเวียนกลุ่ม เม็ดเงินไหลออกจากกลุ่มพลังงานเข้าไปในกลุ่มธนาคาร ค้าปลีก หรือหุ้นที่คาดการณ์ผลประกอบการเติบโตได้ดี ขณะที่บรรยากาศการลงทุนในต่างประเทศขาดปัจจัยขับเคลื่อนดัชนี โดยนักลงทุนรอติดตามการเปิดเผยผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนต่าง ๆ
ระยะสั้นแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวซึมตัว โดยให้กรอบแนวรับ 1,550 จุด แนวรับถัดไป 1,540 และ 1,520 จุด และแนวต้าน 1,570 จุด
โดย วรินทร ศิรินอก