นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวภายหลังลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทยเพื่อเพิกถอนสัญชาติไทยของ นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ ผู้นำชุมชนชาวยิวและประธานเครือข่ายชาบัด ซึ่งเดิมเป็นบุคคลสัญชาติอเมริกัน และได้รับสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ เนื่องจากอาจมีพฤติกรรมกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งในมิติเศรษฐกิจและสังคมว่า เป็นไปตามกฎหมาย เรามีกฎหมายว่าคนที่จะได้สัญชาติไทยต้องประพฤติปฏิบัติตนอย่างไร ในเรื่องการเดินทาง และการปฏิบัติตนอยู่ในประเทศ ในเรื่องของการปฏิบัติตนต่อประชาชนในประเทศนั้นๆ ส่วนรายละเอียดขอให้อธิบดีกรมการปกครองเป็นผู้ชี้แจง
กระทรวงมหาดไทย ได้ออกประกาศถอนสัญชาติไทย นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ อดีตบุคคลสัญชาติอเมริกัน หลังปรากฏข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า มีกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่ได้รับการแปลงสัญชาติไทยกระทำการอื่นใดที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม จากการตรวจสอบพบใช้สัญชาติเดิมในการเดินทางเข้า-ออกประเทศออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง รวม 16 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 เข้าข่ายเหตุแห่งการถอนสัญชาติตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508
ข้อมูลดังกล่าวถูกนำมาเป็นเหตุผลประกอบการพิจารณาว่า นายโจเซฟยังคงใช้สัญชาติเดิมภายหลังได้รับสัญชาติไทย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเห็นว่าเข้าข่ายขัดต่อเงื่อนไขที่ได้รับทราบไว้แล้วตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นคำขอแปลงสัญชาติ
สำหรับนายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ เป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำชุมชนชาวยิวและประธานเครือข่ายชาบัด (Chabad) ในประเทศไทย ซึ่งเป็นเครือข่ายองค์กรทางศาสนาและชุมชนชาวยิวระหว่างประเทศ
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน